[rank_math_breadcrumb]

[TS Motor Tips] เทคนิคการขับขี่ รถ ให้ประหยัดน้ำมัน

[TS Motor Tips] เทคนิคการขับขี่ รถ ให้ประหยัดน้ำมัน

เคล็ดลับการประหยัดเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธภาพ

การทำบัญชีรายจ่ายเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่ากำลังคิดจะซื้อรถ หรือกำลังจะเป็นคนที่ขับขี่รถ การเข้าใจถึงกระบวนการควบคุมการขับขี่ และการบริโรภเชื้อเพลิงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่ง รถคันเดียวกันขับด้วยระยะทางที่เท่ากันแต่ทำไมใช้น้ำมันไม่เท่ากัน สิ่งที่บ่งบอกว่าใครใช้น้ำมันมากหรือน้อยกว่ากันเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าคนขับรถคนไหนเข้าใจกระบวนการขับรถมากกว่ากัน และนอกจากนี้ หากให้คนขับรถคนละคนกันขับรถคันเดียวกันจะพบว่ามี การใช้น้ำมันแตกต่างกัน 8-15 % ดังนั้น การใชน้ำมันจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ ?เท้าเวลาที่คุณเหยียบคันเร่ง?

ทำสีรถ ทำสีรถ

บทความนี้ขอกล่าวถึงอัตราความเร็วในการขับขี่
การขับขี่ด้วยความเร็วแต่ประหยัดเชื้อเพลิง

ทั่วไปแล้ว หลักทางเศรษฐศาสตร์บอกว่า การขับรถที่ความเร็ว 60-90 กม. ต่อ ชม.การนำรถเข้าตรวจเช็คเป็นระยะๆ กับผู้ชำนาญการจะเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงได้ดี การขับรถด้วยความเร็วนำมาซึ่งการบริโภคเชื้อเพลิงในระดับสูง การขับรถและใช้ความเร็วน้อยๆ ไม่ได้ประหยัดแต่อย่างใด การใช้เกียร์ต่ำยังหมายถึงเครื่องยนต์จะใช้ความเร็วรอบสูงและกินน้ำมัน จากข้อมูลแสดงว่า จากสภาพถนนเดียวกัน ขับด้วยความเร็วเท่ากัน คือทั้ง 4 เกียร์ ขับที่เกียร์ 4 ใช้เชื้อเพลิงเพียง 7.9 ลิตร ในขณะที่ ขับที่เกียร์ 3 ใช้เชื้อเพลิง 9.1 ลิตร และขับที่เกียร์ 2 และ 3 ใช้เชื้อเพลิง 11.7 ลิตร

หลังจากเสียบกุญแจแล้วไม่มีความจำเป็นที่เราต้องสตาร์ทรถทันที ควรรอสักพักให้เครื่องได้ทำงานเล็กน้อยก่อน หรือพูดให้ง่ายๆ คือรอให้ระบบไฟทำงานอย่างเต็มตัวเสียก่อนค่อยสตาร์ท ที่ควรทำเช่นนั้นเพราะ หากสตาร์ททันที อาจจะเกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ ไม่เพียงแต่เครื่องยนต์มีอัตราเสี่ยงต่อความเสียหายมากเท่านั้น ยังก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นอีกด้วย อีกทั้ง รถที่ใช้ใช้ก๊าซชีวภาพนั้นจะมีน้ำเกาะอยู่บริเวณท่อไอเสียทำให้เกิดสนิมได้

บทความเกี่ยวกับการขับรถนี้จะว่าด้วย
ไม่ควรเหยียบเบรกบ่อย

การเหยียบเบรกเป็นขั้นตอนสำคัญในการแปลงพลังงาน การเหยียบเบรกหมายถึงเกิดการสูญเสียพลังงานไปแล้ว และการเหยียบเบรกบ่อยๆ หมายถึงสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย บนถนนในเมืองการขับรถเรื่อยๆ โดยไม่เหยียบเบรก จนกระทั่งผ่านสี่แยก ลงเขาจึงลดรอบเครื่องยนต์ลงมาที่ เกียร์ ?N? เพื่อให้รถไหลและพื่อเตรียมแตะเบรค ซึ่งจะเป็นการลดการใช้เบรกลงได้

การใช้แท็กซี่สาธารณะ

หลายท่านบอกว่าการใช้แท็กซี่สาธารณะไม่เพียงแต่ประหยัดน้ำมันแต่การใช้แท็กซี่สาธารณะมีแต่ค่าธรรมเนียมน้ำมันกลางเท่านั้น เพราะรถสาธารณะจะมีความเร็วที่เป็นระดับมาตรฐานอยู่คือความเร็วอยู่ที่อัตรา 1500 รอบ ในขณะที่รถยนต์ส่วนตัว จะต้องมีการจัดหาน้ำมันทำให้เกิดการสิ้นเปลือง(ไม่พูดถึงรถที่ใช้ก๊าซ) ดังนั้น การใช้รถสาธารณะจึงมิได้เป็นเพียงหนทางที่ดีที่สุดที่จะประหยัดพลังงาน แต่การกำหนดให้อัตราความเร็วของรถแท็กซี่ อยู่ที่ 80-90 กม. ต่อ ชม. ก็เป็นวิธีที่ประหยัดพลังงานได้ดีอีกทางหนึ่ง

ลดน้ำหนักของที่ไม่จำเป็น

น้ำหนักของร่างกายที่มากขึ้นเปรียบได้กับการบรรทุกของบนรถหนักๆ จึงถือว่าสิ้นเปลืองพลังงานสูงกว่า ในการขับขี่รถระยะสั้นๆ ผู้ขับขี่ยวดยานในเมืองที่ดีจะไม่บรรทุกสิ่งของที่ไม่จำเป็น เช่น ถุงกอล์ฟ หนังสือกองโต น้ำดื่มที่แถมมาแต่ไม่เคยเอาลงจากรถ

ขับรถเปิดหน้าต่างใช้ความเร็วน้อยลง

ที่ทราบกันว่า การเปิดแอร์ขณะขับรถเป็นการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง แต่การไม่เปิดแอร์ขณะขับรถก็ไม่ได้ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยลง เมื่อรถวิ่งที่ความเร็วมากกว่า 85 กม. ต่อ ชม. แล้วเปิดหน้าต่างจะเกิดความต้านทานซึ่งความต้านทานนี้จะทำให้เราใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นกว่าการเปิดแอร์ขณะขับรถ