[rank_math_breadcrumb]

ความรู้เรื่อง เบตเตอรี่รถยนต์

ความรู้เรื่อง เบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่รถยนต์

คำเตือน ? แบตเตอรี่รถนั้นมีกรดซัลฟุริก จึงต้องสวมแว่นตาขณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่ทุกครั้ง แบตเตอรื่ทำมาจากก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งไม่มีควันหรือการเกิดประกายไฟ แต่อาจเป็นตัวทำให้เกิดเชื้อเพลิงและการระเบิดได้


การชาร์จไฟมี 3 ส่วน ได้แก่ ไดชาร์จ ตัวปรับแรงดันไฟฟ้า และ แบตเตอรี่

แบตเตอรี่รถยนต์เป็นการผลิตไฟฟ้ากระแสตรงด้วยกระบวนการทางเคมี โดยการนำแผ่นตะกั่ว 2 ชุด มาแช่ในสารละลายไฟฟ้า ดึงเอาพลังงานไฟฟ้าจากสารละลายไฟฟ้า ออกไปใช้งานในวงจรไฟฟ้าภายนอก ดังนั้นแผ่นตะกั่วส่วนใหญ่จึงถูกนำมาใช้กับแบตเตอรี่รถยนต์ และประมาณ 95 % ของแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อีกเรื่อยๆ ชุดขั้วบวก คือแผ่นตะกั่วบวก สร้างจากตะกั่วออกไซด์ แผ่นขั้วบวกในแบตเตอรี่ทำมาจากแผ่นตะกั่วออกไซด์ชุดขั้วลบ คือแผ่นตะกั่วลบ สร้างจากตะกั่ว สารละลายไฟฟ้าหรืออิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) หรือน้ำกรดที่อยู่ในแบตเตอรี่ เป็นสารละลายกรดซัลฟูริก เป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อแบตเตอรี่หมดน้ำกรดจะกลายเป็นน้ำเปล่าและกลายเป็นตะกั่วซัลเฟต คุณสมบัติการเหนี่ยวนำไฟฟ้าจะหมดไป ต่อเมื่อมีการชาร์จใหม่ระบบจึงกลับมา แบตเตอรี่ 12 โวลต์เป็นการเชื่อต่อกันของ 6 เซลล์

เรามีหลายวิธีที่จะเช็คได้ว่าแบตเตอรี่ทำงานได้ดีหรือไม่

วิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดคือการทดสอบความจุแบตเตอรี่ เครื่องมือวัดความจุจะติดไว้ที่แบตเตอรี่และถือไว้ประมาณ 10 วินาที หลังจากนั้นเครื่องจะโชว์ความจุ หากยังมีความจุที่มากกว่า 11 โวลต์ แสดงว่าแบตเตอรี่ยังดีอยู่ หากมีความจุอยู่ที่ระหว่าง 9-11 โวลต์ แสดงว่าคาบเส้น ยังพอใช้ได้หากอากาศยังอบอุ่น แต่หากอากาศหนาวเย็นลงก็อาจเสี่ยงได้ แต่ถ้าเครื่องแสดงค่าที่ต่ำกว่า 9 โวลต์ แสดงว่าแบตเริ่มแย่

วิธีการทดสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ คือการวัดด้วยหลอดวัดแบตเตอรี่แบบน้ำกรด หรือ battery hydrometer โดยหลอดจะวัดค่าสภาพทางไฟฟ้า (STATE OF CHARGE) ของแบตเตอรี่ว่ามีไฟฟ้าอยู่เท่าไหร่ หากค่าความถ่วงจำเพาะ (ถ.พ.) สูงแสดงว่าควรนำไปเติมน้ำกลั่นได้แล้ว แบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มจะมีค่า ถ.พ. ที่ 12.75 แบตเตอรี่ที่หมดจะมี ถ.พ. ที่ 12 หรือน้อยกว่า เมื่อเช็คแบตเตอรี่ควรเช็คทั้ง 6 เซลล์ โดยต้องมี ถ.พ. เท่ากันทุกเซลล์ หากพบว่า 5 เซลล์มี ถ.พ. 12.75 และอีกเซลล์ ถ.พ. 12.25 นั่นแสดงให้เห็นว่าเซลล์เริ่มเสื่อม

เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่คือประมาณ 30 นาที แล้วหยุด แล้วทดสอบ หากเซลล์ที่ ถ.พ. ยังมีค่าเท่าเดิมหมายถึงได้เวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ ความผันผวนอาจเกิดขึ้นก็จริงแต่จะไม่ต่างกันมาก หากมีค่าที่ต่างกันมากๆ แสดงว่าแบตเตอรี่เกิดปัญหาจริงๆ

การใช้งานเครื่องทดสอบแบตเตอรี่?ให้ใช้สายที่แยกออกเป็นสองขั้ว ยาวประมาณ 6 นิ้ว ต่อสายของเครื่องทดสอบกับขั้วแบตเตอรี่ โดยต่อสายขั้วบวกเข้ากับแบตเตอรี่ขั้วบวก ลบกับลบในเซลล์ถัดไป ควรอ่านค่าได้ที่ 2.1-2.3 โวลต์ เติมน้ำกลั่นที่ขั้วบวกลงในเซลล์แรก และขั้วลบในเซลล์ที่สอง ทำจนครบ จากนั้นใส่น้ำกลั่นที่ขั้วบวกลงในเซลล์สุดท้าย และขั้วลบก็ทำเช่นเดียวกัน ในการอ่านผลควรได้ค่าที่เท่ากันหรือไม่เกิน 0.2 โวลต์ หากอ่านค่าได้ 4.0 โวลต์หรือมากกว่านั้น แสดงว่าแบตเตอรี่ช๊อตหรือเริ่มเสื่อม หรือหากค่าที่ได้เป็นศูนย์แสดงว่ามีการรั่วหรือชำรุดแล้ว?

เมื่อจะนำสายชาร์จออกค้องนำขั้วลบออกก่อน จะเป็นการช่วยให้ไม่เกิดประกายไฟซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซได้ และสวมแว่นตาเนื่องจากในแบตเตอรี่มีน้ำกรดอยู่ หากไม่ระวังอาจกระเด็นเข้าตา และหากถูกผิวหนังให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่าและควรถอดเครื่องประดับก่อนทำงานที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่