<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ที เอส มอเตอร์ อู่ทำสี ทำสีรถยนต์ เกรดห้าง เคลมประกัน สี2k แห้งช้า</title>
	<atom:link href="http://www.tsmotor.co.th/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tsmotor.co.th</link>
	<description>ที เอส มอเตอร์ อู่ทำสี ทำสีรถยนต์ เกรดห้าง เคลมประกัน สี2k แห้งช้า</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Feb 2012 05:53:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>วีธีขับรถ ให้ประหยัดน้ำมันที่สุด</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Feb 2012 06:10:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[การขับรถ]]></category>
		<category><![CDATA[การขับรถ อย่างประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[ขับรถอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ขับรถอย่างไร ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการขับรถ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื่อเพลิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2131</guid>
		<description><![CDATA[ขับรถอย่างไรให้ประหยัด ราคาก๊าซเพิ่มขึ้นรายวัน วันนี้จึงขอเสนอเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยเพื่อช่วยให้คุณประหยัดทั้งเชื้อเพลิงและเงินในกระเป๋า ดังนี้ รักษารถให้ฟิต รถที่สมรรถภาพไม่ดีทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง วางแผนการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้รถโดยไม่จำเป็น เมื่อเปิดแอร์จะใช้เชื้อเพลิงมากกว่า จึงควรใช้อย่างประหยัด ควรใช้ปุ่มที่กำลังแอร์ต่ำ เปิดแอร์จนกระทั่งเย็นทั่วรถ และปิดแอร์ และปล่อยให้พัดลมเป่าความเย็นแทน และไม่ควรเปิดแอร์ขณะที่หน้าต่างเปิดอยู่ เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงควรปิดหน้าต่างให้สนิท เมื่อเปิดหน้าต่างรถจะลากและสิ้นเปลืองพลังงาน การขับรถด้วยความเร็วสูงแล้วเปิดหน้าต่างทำให้เกิดการใช้พลังงานมากกว่าการเปิดแอร์ (โดยเฉพาะเมื่อรถมีสภาพไม่ดี) ตรวจเช็คลมยางเสมอ การสึกเฉพาะบริเวณกึ่งกลางของหน้ายาง หรือ Over-Inflation อันเนื่องมาจากว่าแรงดันลมยางที่สูงกว่าปกติทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ไม่ควรเติมลมจนยางปลิ้น หากเป็นไปได้ ลองเปลี่ยนเวลาทำงานเพื่อลีกเลี่ยงรถติด ไม่ควรให้ปัญหาการจราจรมาทำร้ายเงินในกระเป๋าคุณ นำของที่ไม่จำเป็นออกจากรถบ้าง ในหน้าร้อนไม่จำเป็นต้องใช่โซ่กันลื่นสำหรับหิมะ หน้าหนาวมาถึงเมื่อไหร่ค่อยนำกลับมาใส่ไว้ท้ายรถก็ได้ ไม่ควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานเกินครวร หากอยู่ในสถานการณ์รถติดและไม่มีแผนว่าจะไปไหนในอีก 5นาทีก็ควรดับเครื่องยนต์ รถใหม่นั้นไม่ควรวอร์มเครื่องนานเกินไป เพราะได้รับการเซ็ตมาให้วิ่งไว้ดีในสภาพเครื่องเย็นอยู่แล้ว เมื่อใช้เกียร์ต่ำไม่ควรวิ่งด้วยความเร็ว  พยายามขับตามความเร็วที่กำหนด  พยายามเหยียบคันเร่งอย่างช้าๆ เมื่อสัญญานไฟจราจรเป็นสีเขียว ขอให้คิดไว้ว่ารถข้างๆ ไม่ได้แข่งกับรถของคุณ รถที่ออกตัวเร็วบริเวณสัญญานไฟจราจรจะเสียเชื้อเพลิงมากกว่า  ไม่จำเป็นต้องเติมเชื้อเพลิงราคาแพงๆ เพราะรถส่วนใหญ่ถูกสร้างมาให้ใช้ได้กับก๊าซโซลีนไร้สารอยู่แล้ว เช็คกับคู่มือหรือปรึกษาช่างก็ได้ มีหลายคนที่มาบอกผมว่าเติมเชื้อเพลิงราคาสูงๆ ก็เสียเงินเปล่า  ทำให้เครื่องยนต์เดินเร็วขึ้นเท่ากับเสียพลังงานเปล่า และไม่จำเป็นต้องเร่งก่อนจะดับเครื่อง  หากเป็นไปได้ ไปทางเดียวกันควรใช้รถคันเดียวกัน เพราะเท่ากับเป็นการแชร์ค่าใช้จ่ายในการไปทำงานได้   การเดิน ปั่นจักรยานหรือวิ่งสามารถทำได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 align="center"><strong>ขับรถอย่างไรให้ประหยัด</strong></h1>
<p>ราคาก๊าซเพิ่มขึ้นรายวัน วันนี้จึงขอเสนอเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยเพื่อช่วยให้คุณประหยัดทั้งเชื้อเพลิงและเงินในกระเป๋า ดังนี้</p>
<ol>
<li>รักษารถให้ฟิต รถที่สมรรถภาพไม่ดีทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง</li>
<li>วางแผนการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้รถโดยไม่จำเป็น</li>
<li>เมื่อเปิดแอร์จะใช้เชื้อเพลิงมากกว่า จึงควรใช้อย่างประหยัด ควรใช้ปุ่มที่กำลังแอร์ต่ำ เปิดแอร์จนกระทั่งเย็นทั่วรถ และปิดแอร์ และปล่อยให้พัดลมเป่าความเย็นแทน และไม่ควรเปิดแอร์ขณะที่หน้าต่างเปิดอยู่</li>
<li>เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงควรปิดหน้าต่างให้สนิท เมื่อเปิดหน้าต่างรถจะลากและสิ้นเปลืองพลังงาน การขับรถด้วยความเร็วสูงแล้วเปิดหน้าต่างทำให้เกิดการใช้พลังงานมากกว่าการเปิดแอร์ (โดยเฉพาะเมื่อรถมีสภาพไม่ดี)</li>
<li>ตรวจเช็คลมยางเสมอ การสึกเฉพาะบริเวณกึ่งกลางของหน้ายาง หรือ Over-Inflation อันเนื่องมาจากว่าแรงดันลมยางที่สูงกว่าปกติทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ไม่ควรเติมลมจนยางปลิ้น</li>
<li>หากเป็นไปได้ ลองเปลี่ยนเวลาทำงานเพื่อลีกเลี่ยงรถติด ไม่ควรให้ปัญหาการจราจรมาทำร้ายเงินในกระเป๋าคุณ</li>
<li>นำของที่ไม่จำเป็นออกจากรถบ้าง ในหน้าร้อนไม่จำเป็นต้องใช่โซ่กันลื่นสำหรับหิมะ หน้าหนาวมาถึงเมื่อไหร่ค่อยนำกลับมาใส่ไว้ท้ายรถก็ได้</li>
<li>ไม่ควรติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานเกินครวร หากอยู่ในสถานการณ์รถติดและไม่มีแผนว่าจะไปไหนในอีก 5นาทีก็ควรดับเครื่องยนต์</li>
<li>รถใหม่นั้นไม่ควรวอร์มเครื่องนานเกินไป เพราะได้รับการเซ็ตมาให้วิ่งไว้ดีในสภาพเครื่องเย็นอยู่แล้ว</li>
<li>เมื่อใช้เกียร์ต่ำไม่ควรวิ่งด้วยความเร็ว</li>
<li> พยายามขับตามความเร็วที่กำหนด</li>
<li> พยายามเหยียบคันเร่งอย่างช้าๆ เมื่อสัญญานไฟจราจรเป็นสีเขียว ขอให้คิดไว้ว่ารถข้างๆ ไม่ได้แข่งกับรถของคุณ รถที่ออกตัวเร็วบริเวณสัญญานไฟจราจรจะเสียเชื้อเพลิงมากกว่า</li>
<li> ไม่จำเป็นต้องเติมเชื้อเพลิงราคาแพงๆ เพราะรถส่วนใหญ่ถูกสร้างมาให้ใช้ได้กับก๊าซโซลีนไร้สารอยู่แล้ว เช็คกับคู่มือหรือปรึกษาช่างก็ได้ มีหลายคนที่มาบอกผมว่าเติมเชื้อเพลิงราคาสูงๆ ก็เสียเงินเปล่า</li>
<li> ทำให้เครื่องยนต์เดินเร็วขึ้นเท่ากับเสียพลังงานเปล่า และไม่จำเป็นต้องเร่งก่อนจะดับเครื่อง</li>
<li> หากเป็นไปได้ ไปทางเดียวกันควรใช้รถคันเดียวกัน เพราะเท่ากับเป็นการแชร์ค่าใช้จ่ายในการไปทำงานได้</li>
<li>  การเดิน ปั่นจักรยานหรือวิ่งสามารถทำได้</li>
<li>เมื่อราคาเชื้อเพลิงแพงมากก็อย่าเพิ่งเติม ควรรอให้ราคาลดลงเสียก่อน ยิ่งทู่ซี้เติมก็ยิ่งทำให้บริษัทน้ำมันนั้นๆ ทราบว่ายังไงคุณก็ยอมเสียเงิน</li>
<li> สุดท้าย สำหรับการประหยัดเงินในกระเป๋าสตางค์คือ การเลือกซื้อรถที่ประหยัดน้ำมัน 20 ไมล์ต่อแกลอน และ 40 ไมล์ต่อแกลอน นับว่าประหยัดกันได้กว่ามาก</li>
</ol>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2012 06:34:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[disc brake]]></category>
		<category><![CDATA[electric wedge brake]]></category>
		<category><![CDATA[full contact]]></category>
		<category><![CDATA[radial brakes]]></category>
		<category><![CDATA[radial caliper]]></category>
		<category><![CDATA[การคำณวน เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้เรื่องเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[คาลิปเปอร์ เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[จานเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ดรัมเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ดรัมเบรค กระบอกคู่]]></category>
		<category><![CDATA[ดรัมเบรค กระบอกเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ดิสก์เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ดิสก์เบรค full contact]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวส่งสัญญาณ เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างกันยังไง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเภทของเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[รถแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[วงจรไฮโดรลิกคู่]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุ ผ้าเบรค]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งสัญญาณ เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[เซรามิค เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[เบรค]]></category>
		<category><![CDATA[เบรค คาลิปเปอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เบรค จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[เบรค มอเตอร์ไซค์]]></category>
		<category><![CDATA[เบรคมีเสียงดัง]]></category>
		<category><![CDATA[เบรครถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เบรครถแข่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เบรคเซาะร่อง]]></category>
		<category><![CDATA[เบรคไม่เซาะร่อง]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรลิก เบรค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2104</guid>
		<description><![CDATA[เบรคทำหน้าที่อะไร คำตอบสั้นๆ คือ ทำให้ช้าลง ตำตอบเชิงวิชาการ คือ เบรคถูกออกแบบมาเพื่อทำให้รถวิ่งช้าลง แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราๆ ท่านๆ เข้าใจ ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือที่ เข้าใจว่าเบรคไปบีบกับดรัมหรือแผ่นดิสก์และทำให้ช้าลง นั่นถูกต้องเพียงบางส่วน เบรคเป็นกลไกทางกลศาสตร์ในการเปลี่ยนประเภทของพลังงาน เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว รถจะเกิดพลังงานจลน์ เมื่อคุณเหยียบเบรค แป้นหรือรองเท้าจะไปกดดุมเบรคหรือตัวหมุนให้กลายเป็นพลังงานความร้อนโดยผ่านความเสียดทาน การระบายความร้อนของเบรคที่กระจายความร้อนแล้ว และยานพาหนะช้าลง กฎแรกของเทอร์โมไดนามิกบางครั้งเรียกว่ากฎของการอนุรักษ์พลังงาน ในขั้นนี้พลังงานจะไม่สามารถเปลี่ยนหรือทำลายได้ ทำได้แต่เพียงถูกเปลี่ยนจากสถานะหนึ่งไปเป็นอีกสถานะหนึ่งเท่านั้น ในกรณีของเบรคส่วนใหญ่เบรคใช้แรงเสียดทานในการแปลงพลังงานเป็นความร้อน &#160; แรงเชิงมุม เนื่องจากการกำหนดค่าของผ้าเบรคและตัวหมุนในดิสก์เบรค ตำแหน่งของจุดที่สัมผัสกันจะมีการเสียดทานซึ่งให้พลังไฟฟ้าเพื่อต้านแรงหมุน เทอร์โมไดนามิก, เบรคจม, จานเบรค หากคุณขับขี่มอเตอร์ไซค์ หรือรถแข่ง คุณอาจคุ้นเคยกับอาการเบรคจม ซึ่งผมได้เคยพูดไว้แล้วว่าจะเกิดเมื่อเบรคร้อนเกินไป ตย.ที่ดีคือเมื่อขับรถลงเขา จะเกิดจากความร้อนสะสมในระบบสูงมากเพราะใช้เบรคหนัก ต่อเนื่องนาน ในขณะที่คุณเริ่มลงจากเนินเขาเบรคจะเกิดความร้อนขึ้นและทำให้รถช้าลง  แต่ถ้าคุณเหยียบเบรค ตัวหมุนหรือดุมจะยังคงร้อนอยู่และอุณหภูมิจะไม่ลดลงเลย ในบางกรณีที่เบรคไม่สามารถดูดซับความร้อน ยังจะทำให้ผ้าเบรคเกิดความร้อนด้วย ในผ้าเบรคทุกประเภท เนื้อผ้าเบรคที่มีการจัดเรียงของเรซิ่นติดอยู่ด้วย  และมันจะเริ่มมีความร้อนและเรซิ่นจะค่อยๆ ระบายความร้อน เกิดเป็นก๊าซ และเพราะก๊าซไม่สามารถอยู่ระหว่างผ้าเบรคกับตัวหมุนได้ จึงจับตัวเป็นชั้นบางๆ และพยายามที่จะหลุดออก   ผ้าเบรคจะไม่เสียดสีกับตัวหมุนทำให้ลดการยึดเกาะ จึงเป็นที่มาของเบรคจม การแก้ไขอาการเบรคจมคือให้รถหยุดและรอสักพัก เมื่อส่วนต่างๆของเบรคเย็นลงแล้วจะมีการระบายความร้อนและครั้งต่อไปจึงค่อยใช้เบรค [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><strong>เบรคทำหน้าที่อะไร</strong></h1>
<p><em><span style="font-size: large;">คำตอบสั้นๆ คือ <strong>ทำให้ช้าลง</strong></span></em></p>
<p>ตำตอบเชิงวิชาการ คือ เบรคถูกออกแบบมาเพื่อทำให้รถวิ่งช้าลง แต่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราๆ ท่านๆ เข้าใจ ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือที่ เข้าใจว่าเบรคไปบีบกับดรัมหรือแผ่นดิสก์และทำให้ช้าลง นั่นถูกต้องเพียงบางส่วน เบรคเป็นกลไกทางกลศาสตร์ในการเปลี่ยนประเภทของพลังงาน เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว รถจะเกิดพลังงานจลน์ เมื่อคุณเหยียบเบรค แป้นหรือรองเท้าจะไปกดดุมเบรคหรือตัวหมุนให้กลายเป็นพลังงานความร้อนโดยผ่านความเสียดทาน การระบายความร้อนของเบรคที่กระจายความร้อนแล้ว และยานพาหนะช้าลง กฎแรกของเทอร์โมไดนามิกบางครั้งเรียกว่ากฎของการอนุรักษ์พลังงาน ในขั้นนี้พลังงานจะไม่สามารถเปลี่ยนหรือทำลายได้ ทำได้แต่เพียงถูกเปลี่ยนจากสถานะหนึ่งไปเป็นอีกสถานะหนึ่งเท่านั้น ในกรณีของเบรคส่วนใหญ่เบรคใช้<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99">แรงเสียดทาน</a>ในการแปลงพลังงานเป็นความร้อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1>แรงเชิงมุม</h1>
<p>เนื่องจากการกำหนดค่าของผ้าเบรคและตัวหมุนในดิสก์เบรค ตำแหน่งของจุดที่สัมผัสกันจะมีการเสียดทานซึ่งให้พลังไฟฟ้าเพื่อต้านแรงหมุน</p>
<h1>เทอร์โมไดนามิก, เบรคจม, จานเบรค</h1>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/brakeducts.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2107" title="brakeducts" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/brakeducts.jpg" alt="brakeducts หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="300" height="245" /></a></p>
<p>หากคุณขับขี่มอเตอร์ไซค์ หรือรถแข่ง คุณอาจคุ้นเคยกับอาการเบรคจม ซึ่งผมได้เคยพูดไว้แล้วว่าจะเกิดเมื่อเบรคร้อนเกินไป ตย.ที่ดีคือเมื่อขับรถลงเขา จะเกิดจากความร้อนสะสมในระบบสูงมากเพราะใช้เบรคหนัก ต่อเนื่องนาน ในขณะที่คุณเริ่มลงจากเนินเขาเบรคจะเกิดความร้อนขึ้นและทำให้รถช้าลง  แต่ถ้าคุณเหยียบเบรค ตัวหมุนหรือดุมจะยังคงร้อนอยู่และอุณหภูมิจะไม่ลดลงเลย ในบางกรณีที่เบรคไม่สามารถดูดซับความร้อน ยังจะทำให้ผ้าเบรคเกิดความร้อนด้วย ในผ้าเบรคทุกประเภท เนื้อผ้าเบรคที่มีการจัดเรียงของเรซิ่นติดอยู่ด้วย  และมันจะเริ่มมีความร้อนและเรซิ่นจะค่อยๆ ระบายความร้อน เกิดเป็นก๊าซ และเพราะก๊าซไม่สามารถอยู่ระหว่างผ้าเบรคกับตัวหมุนได้ จึงจับตัวเป็นชั้นบางๆ และพยายามที่จะหลุดออก   ผ้าเบรคจะไม่เสียดสีกับตัวหมุนทำให้ลดการยึดเกาะ จึงเป็นที่มาของเบรคจม</p>
<p>การแก้ไขอาการเบรคจมคือให้รถหยุดและรอสักพัก เมื่อส่วนต่างๆของเบรคเย็นลงแล้วจะมีการระบายความร้อนและครั้งต่อไปจึงค่อยใช้เบรค จานเบรคประเภทนี้พบได้ในรถยนต์รุ่นเก่าๆ รถยนต์สมัยใหม่จะมีการระบายก๊าซออกจากผ้าเบรค โดยการลดความดันหรือให้ความร้อน แต่ก็ยังมีเบรคจมอยู่ ทำไม? ก็เพราะยังมีความร้อนสะสมอยู่มากเกินไป ด้วยองค์ประกอบของผ้าเบรคยุคใหม่ๆ ผ้าจะสามารถถ่ายเทความร้อนไปยังคาลิเปอร์เมื่อดุมเกิดความร้อนมากเกินไป และน้ำมันเบรคจะเริ่มเดือดและเป็นฟองอยู่ภายในระบบเบรค เมื่อมีการเหยียบเบรค อากาศจะถูกบีบอัด (ไม่ใช่น้ำมันเบรค) ฟองอากาศบีบอัดแทนที่จะเป็นการส่งผ่านของเหลวไปยังปั๊มเบรค นั่นคือ เบรคจมแบบสมัยใหม่</p>
<p>แล้วพวกวิศวกรออกแบบเบรคเพื่อลดอาการเบรคจมอย่างไร ในรถยนต์รุ่นเก่าๆ วิศวกรจะออกแบบให้มีการระเหยด้วยก๊าซ ส่วนรถยนต์รุ่นใหม่กว่า จะเป็นการทำให้เย็นด้วยจานเบรค แต่ก็ลงท้ายด้วยไม่จานเบรคแบบเซาะร่องหรือ  cross-drilled ก็แบบ grooved brake rotor ในขณะที่ร่องพื้นผิวอาจจะช่วยลดการเก็บความร้อนของจานเบรค<em>ความร้อน</em>บนจากเบรก<em>มีผล ต่อ</em>ประสิทธิภาพใน<em>การ</em>เบรกมากกว่าองค์ประกอบอื่นๆ  อย่างไรก็ดี การเบรคแบบกระชั้นชิดเมื่อเบรคมีความร้อนและเรซิ่นมีการระเหย ร่องเบรคจะอาจเกิดก๊าซได้ ดังนั้น ผ้าเบรคจะยังคงสีกับจานเบรคค่อไปและทำให้รถหยุด</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/rotortypes.jpg" rel="lightbox[2104]"><br />
</a></p>
<p>ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแปลงจะทำให้เข้าใจว่าเบรคทำงานได้อย่างไร และทำไมจึงต้องออกแบบเบรคเช่นนั้น หากคุณเคยดูการแข่งรถฟอร์มูลา 1 จะเห็นว่าล้อหน้ามีสกู๊ปใหญ่ๆ อยู่ด้านในบริเวณจุดเชื่อมล้อ (ดังภาพ) โดยจะเป็นท่อลมซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของเบรคที่จะช่วยให้เบรคที่ใช้ในการแข่ง F1 เย็นลงได้ทันท่วงที เพราะใน F1 จะมีการเหยียบเบรคกันเป็นว่าเล่นแทบจะทุกๆ วินาทีจึงทำให้เกิดความร้อนตลอดเวลา หากไม่มีตัวระบายความร้อนแล้ว เบรคอาจใช้การได้ได้ในช่วงโค้งแรกเท่านั้น แต่ไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโค้งต่อๆ ไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h1><span style="text-decoration: underline;">เทคโนโลยีจานเบรค</span></h1>
<p>หากเบรคเป็นเพียงเหล็กหล่อเดี่ยวอาจทำให้ความร้อนกระจายตัวและเกิดการระเหยของก๊าซได้ ด้วยเหตุนี้จานเบรคจึงมีการปรับเปลี่ยนการออกแบบคุณสมบัติในการช่วยให้เย็นได้เร็วขึ้น และทำให้ก๊าซระหว่างจานกับผ้าเบรคระเหยได้ไวขึ้น ไดอะแกรมนี้จะแสดงตัวอย่างของจานที่มีการออกแบบใหม่ซึ่งทำให้มีแรงเสียดทานมากขึ้น ระบายความร้อนและก๊าซดีขึ้น จากซ้ายไปขวาคือ</p>
<p><strong>1.จานเบรคแบบธรรมดา</strong></p>
<p><strong>2. จานเบรคเซาะร่อง</strong>ทำให้ขบและเสียดทานดีกว่า ในขณะที่ผ้าเบรคทำให้ก๊าซถ่ายเทระหว่างผ้าเบรคและจานเบรคได้ดีกว่า</p>
<p><strong>3. ร่องและการเซาะร่อง</strong> ทำให้ให้ขบกันดีกว่า และยังช่วยให้อากาศไหลผ่านไปยังดิสก์เบรคดีกว่า ช่วยให้ลดความร้อนลงได้และมีการระบายการพัดของก๊าซด้วย</p>
<p><strong>4. จานเบรคแบบคู่</strong> คือเหมือนกับแบบแรกแต่มีจานเบรค 2 อัน กับใบพัดในการทำให้เกิดกระแสลมเพื่อทำให้จานเย็นเร็วยิ่งขึ้นแม้ในขณะ “จังหวะดูด” ก๊าซจากผ้าเบรค</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ข้อสังเกตของจานเซาะร่อง</span> พบได้ในรถแข่งเท่านั้น การเซาะมีผลทำให้จานอ่อนตัวและแตกหัก ในสนามแข่งไม่ใช่ปัญหาเพราะเบรคจะถูกเปลี่ยนในแต่ละการแข่งขันหรือทุกอาทิตย์ แต่กับรถที่วิ่งบนถนน อาจทำให้จานเบรคแตกได้ซึ่งคุณคงไม่ต้องการ ผมกล่าวถึงเพียงประสิทธิภาพของจานเซาะร่องเท่านั้น โดยที่ผมยังไม่ได้กล่าวถึงข้อมูลความจริงเท่าใดนัก</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/rotortypes.jpg" rel="lightbox[2104]"><br />
<img class="aligncenter" title="rotortypes" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/rotortypes.jpg" alt="rotortypes หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">จานใหญ่</span> &#8211; ใช้อย่างไร ในรถแข่งและมอเตอร์ไซค์แข่งจะมีจานเบรคและขนาดจานจะใหญ่กว่ารถทั่วไป จานที่ใหญ่จะมีเนื้อวัสดุที่สามารถซึมซับความร้อนได้ดีกว่า มีเนื้อวัสดุมากกว่า หมายถึงมีพื้นผิวในการสัมผัสกับผ้าเบรคที่ทำให้เกิดแรงเสียดทานมากกว่าและยังมีจุดเชื่อมต่อกับผ้าเบรคห่างจากคานหมุนมากกว่า การมีพื้นที่มากกว่าทำให้เกิดความได้เปรียบทางกลไกในการต้านการหมุนของจานเอง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองนึกถึงการหมุนของดิสก์บนเพลา หากคุณสอดนิ้วโป้งเข้าไปในรูแผ่นดิสก์แน่นๆ แล้วหมุน คุณจะรู้สึกร้อนเร็วกว่าการสอดนิ้วแบบหลวมๆ และเพื่อให้เกิดแรงเสียดทาน ยังต้องออกแรงหมุนมากกว่าด้วย มิหนำซ้ำยังเย็นตัวช้ากว่าด้วย ทางกลับกัน หากสอดนิ้วหลวมๆ จะหยุดหมุนได้เร็วกว่าและร้อนน้อยกว่า จึงสรุปได้ว่า จานใหญ่กว่ามีแรงในการหยุดหมุนดีกว่า</p>
<h2><strong>เบรคแต่ละประเภท</strong></h2>
<p>เบรคทุกประเภททำงานโดยแรงเสียดทาน แรงเสียดทานนี้จะทำให้เกิดความร้อนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนพลังงานจลน์</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">เบรคล้อจักรยาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/bicycle-brakes.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2106" title="bicycle-brakes" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/bicycle-brakes.jpg" alt="bicycle brakes หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>ผมคิดว่าที่ควรกล่าวถึงเพราะเป็นพื้นฐานที่สุด แถบยางคู่จะอยู่ติดกับก้านเบรคคู่ติดกับเฟรมรถ เมื่อบีบสายเบรค ยางจะถูกกดให้บีบกับด้านในหรือนอกขอบยาง ยางเป็นตัวทำให้เกิดความร้อน และเกิดแรงเสียดทาน และเปลี่ยนพลังงานจลน์ รถจึงช้าลง อันที่จริงแล้ว จักรยานมีเบรค 2 แบบ คือ ระบบจุดหมุนเดี่ยว และ จุดหมุน 2 ส่วน</p>
<h2><span style="text-decoration: underline;">ดรัมเบรค</span> กระบอกเบรคเดี่ยว</h2>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/drum-single.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2110" title="drum-single" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/drum-single.jpg" alt="drum single หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>เบรคชนิดต่อไปจะซับซ้อนขึ้นมาอีกหน่อย คือ ดรัมเบรค คอนเซปต์ง่ายๆ คือ มีฝักเบรคครึ่งวงกลม 2 อัน อยู่ด้านใน spinning drum ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดความร้อนและแรงเสียดทาน และเปลี่ยนพลังงานจลน์ รถจึงช้าลง ดังตัวอย่างด้านล่าง ในกรณีดังกล่าวนั้น  ตัวที่ทำให้เกิดการหยุดคือส่วนสีฟ้ารูปไข่ เมื่อหมุนจะเกิดแรงต้านฝักเบรค และขยายตัวออก สปริงดึงฝักเบรคกลับจากพื้นผิวของดรัมเบรคเมื่อเบรคถูกปล่อย</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/leadingshoeexplanation.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2115" title="leadingshoeexplanation" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/leadingshoeexplanation.gif" alt="leadingshoeexplanation หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="400" height="548" /></a></p>
<p><strong>“กระบอกเบรคเดี่ยว”</strong> มาจากจำนวนคู่ของฝักเบรคที่เชื่อมต่อกับ spinning drum ด้วยฝักเบรคหมุนด้านเดียวเป็นทรงเรขาคณิตที่ไม่ยุ่งยากจึงทำให้ผ้าเบรคทั้งหมดไม่ต้องสัมผัสกับดรัมเบรค กระบอกเบรคเดี่ยวจึงเป็นคำที่บ่งบอกว่าผ้าเบรคไม่มีการสัมผัสกับดรัมและในกรณีนี้ ผ้าเบรคจะอยู่ใกล้กับactuator หรือตัวแปลงพลังงานในการเคลื่อนไหว ภาพด้านขวาแสดงการทำงานของเบรค ฝักจะถูกกดออกและผ้าเบรคจะติดกับดรัมซึ่งเป็นกระบอกเบรคเดี่ยว (ดรัมที่หมุนจะช่วยดึงผ้าเบรคเพราะการเสียดทาน จึงเป็นสาเหตุของการ “ขบ” กัน และหยุดในที่สุด</p>
<p>ในชุดเบรคแบบดรัม ประกอบด้วยตัวดรัม (Drum) เป็นโลหะวงกลมยึดติดกับดุมล้อ หมุนไปพร้อมล้อ และชุดฝักเบรค ประกอบด้วยผ้าเบรค กลไกปรับตั้งเบรค สปริงดึงกลับ และลูกสูบปั้มเบรค ซึ่งสายน้ำมันเบรค ก็จะมาเชื่อมต่อกับตัวลูกสูบนี่แหละ ในการดันผ้าเบรคให้ไปเสียดทานกับดรัม เพื่อให้เกิดความฝืด  แกนของฝักเบรคจะไม่สัมผัสกับดรัมเลยแม้แต่น้อย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อรถถอยหลังจึงหยุดได้ยาก หากมีเพียงกระบอกเบรคเดียวเมื่อดรัมหมุนถอยหลังกระบอกเบรคของฝักจะกลายเป็นกระเบรคและไม่ขบกีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><span style="text-decoration: underline;">ดรัมเบรค</span> กระบอกเบรคคู่</h2>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/drum-double.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2109" title="drum-double" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/drum-double.jpg" alt="drum double หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>ข้อเสียของฝักเบรคกระบอกเบรคเดี่ยว แก้ได้ด้วยการเพิ่มสปริงตัวที่ 2 เข้ามาและเปลี่ยนจุดหมุนให้ไปอยู่ที่ตัวปรับค่าส่งตัวที่ 2 เมื่อมีการเบรค ฝักเบรคจะถูกถ่างออกไปที่จุดที่ 2 ดังนั้น ผ้าเบรคแต่ละตัวจะมีจัวหนึ่งนำและตัวหนึ่งตาม จากการที่มีฝักเบรค 2 ตัวและผ้าเบรค 2 ชิ้น จึงหมายความว่าเป็นดรัมเบรคที่นำทั้งคู่ จึงเรียกว่า แบบนำทั้งคู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><span style="text-decoration: underline;">ดิสก์เบรค</span></h2>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/basicdiscbrake.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2105" title="basicdiscbrake" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/basicdiscbrake.jpg" alt="basicdiscbrake หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>ที่มา – ดิสก์เบรคประดิษฐ์ขึ้นใน ค.ศ. 1902 จดสิทธิบัตรโดย Birmingham ผู้ผลิตรถยนต์ Frederick William Lanchester แรกเริ่มเดิมทีเขาออกแบบโดยมีดิสก์ 2 ชิ้น ซึ่งถูกกดและส่งแรงเสียดทานรถจึงช้าลง แม้จะมีการผลิตแต่ดิสก์เบรคไม่ได้ใช้ในรถ จนกระทั่ง ค.ศ. 1949 ความคลุมเครือของผู้ผลิตรถยนต์ Crosley สัญชาตอเมริกัน ได้ผลิตรถที่เรียกว่า Hotshot ที่เราต่างก็คุ้นเคยกับจานเบรคและลูกสูบเบรคมากกว่า จนในที่สุด ค.ศ. 1954 ซีตรงได้ออกดิสก์เบรครุ่นใหม่สุดในยุคนั้นคือ Dsพร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบยกตัวเอง ชุดเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ไฟฟ้าแบบ active และ อุปกรณ์รอบตัวรถอื่นๆ (ทุกอย่างที่กล่าวมาได้ถูกนำมาใช้ “ใหม่” โดยผู้ผลิตรถยนต์ในปี 90)</p>
<p>ดิสก์เบรคเป็นระบบส่งโดยแม่เหล็กซึ่งสามารถหยุดรถได้ดีกว่าแบบดรัมเบรคจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมรถยนต์ในปัจจุบันจะใช้ดิสก์เบรคในล้อหน้า รถสปอร์ตที่ต้องใช้ความเร็วสูงต่างก็ต้องการระบบเบรคเพื่อการหยุดรถที่ดีกว่า ดังนั้นจึงจะเห็นการใช้ดิสก์เบรคในล้อหลังด้วยเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ดิสก์เบรคมี 2 ระบบ</h3>
<p>คือใช้ดิสก์ หรือจาน แทนที่จะใช้ดรัม และใช้ชุดปั๊มเบรคแทนฝักเบรค ชุดปั๊มเบรคจุประกอบไปด้วยลูกสูบไฮโดรลิก 1 ตัว หรือมากกว่านั้น เป็นตัวดันผ้าเบรคและทำให้ไปติดกับจานหมุนเมื่อมีผ้าเบรคไปติดกับจานหมุนอย่างแรงก็จะเกิดแรงเสียดทานอย่างแรงด้วย และ นั่นหมายถึงเกิดความร้อนอย่างมากด้วย ส่งผลให้เกิดพลังงานจลน์มากกว่า รถจึงหยุดได้ดีกว่า</p>
<p>ดิสก์เบรคมาตรฐานจะมีกระบอกสูบ 1-2 ตัวอยู่ในนั้น หรือเป็นที่รู้จักกันว่ามี ลูกสูบ2 พอร์ต หากการใช้ความเร็วมากๆ อาจติดตั้งลูกสูบได้ถึง 3 ตัวหรือมากกว่านั้น อย่างรถจักรยานสปอร์ตมีลูกสูบได้ถึง 4 หรือ 6 คู่ ข้อเสียของดิสก์เบรคคือทำให้เครื่องยนต์เสื่อมเร็ว หากคุณมีดิสก์จานหมุนปกติซึ่งมีใบดิสก์และหมนุเนื่องจากใช้ความเร็วที่ไม่เหมาะกับสภาพลูกสูบแล้ว จะมีอาการคล้ายกับขับรถลงบันได และเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะในมอเตอร์ไซค์แล้ว จึงได้มีการประดิษฐ์จานเบรคแบบ 2 ชิ้นขึ้น</p>
<h2> <strong>จานเบรคแบบ </strong><strong>2 ชิ้น</strong></h2>
<h2></h2>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/floatingdisc.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2111" title="floatingdisc" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/floatingdisc.jpg" alt="floatingdisc หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>จานเบรคมาตรฐานจะถูกขึ้นงานเป็นชิ้นเดียวติดกับล้อหรือจานคลัตช์โดยตรง หากพื้นผิดของล้อหรือจานคลัตช์มีรอยขรุขระแล้ว เมื่อขับรถด้วยความเร็วจะเกิดการสั่นสะเทือน จานเบรคแบบ 2 ชิ้นนี้ ถูกขึ้นรูปเป็น 2 ชิ้น คือ จานหมุนและโครง ซึ่งโครงจะยึดติดกับล้อและจานหมุนจะติดกับโครงด้วยดุมลอย หลักการของจานเบรคแบบนี้อีกอย่างหนึ่งคือมีจานติดอยู่โดยตรงกับล้อเอง โดยไม่มีตัวยึดแต่จะมีดุมลอยอยู่ข้างใน</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/floatingdiscbutton.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2112" title="floatingdiscbutton" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/floatingdiscbutton.jpg" alt="floatingdiscbutton หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>ดุมลอยนี้จะทำให้จานเบรคเคลื่อนไหวในแนวราบอย่างอิสระ แต่มุมการเคลื่อนไหวจะไม่อิสระ การสไลด์ในแนวราบ (ขนาดน้อยกว่า 0.03 มม.) สามารถกันการเกิดการสั่นสะเทือนในระบบเบรคได้ จากลูกสูบที่ติดอยู่ถาวร อาการรถบิดหรือส่ายจะไม่ค่อยมี เพราะมีการกระจายแรงออกไป เนื่องจากจานที่ ลอย อยู่ในแนวราบบนดุมลอยนั่นเอง การสั่นสะเทือนจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งถูกแยกออกจากโครงด้วยตัวของดุมลอยเอง ดังนั้น จึงไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ที่ถูกส่งผ่านไปยังระบบกันสะเทือนหรือพวงมาลัย ฉลาดล้ำใช่ไหมครับ ภาพด้านขวาเป็นการแสดงระบบการทำงานภายในของดิสก์เบรค</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>Radial calipers  และ radial brakes</h2>
<p>ประมาณปี 2003 รถมอเตอร์ไซค์เริ่มติดตั้ง radial brakes เป็นอุปกรณ์พิเศษ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้มากขึ้น บรรดาหนังสือรถและผู้ทดสอบต่างๆ ต่างบอกว่า radial brake ทำให้รถหยุดไวขึ้น แต่ไม่จริงครับ ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ที่ออกแบบมาให้หยุดล้อหน้าได้จริง ยิ่งไปกว่านั้น รถจักรยานจะมีขาตะเกียบทรงคว่ำอยู่ ดังนั้น แทนที่จะเป็นหม้อน้ำมันที่เป็นส่วนหนึ่งที่ปลายขาตะเกียบนั้น กลับไปอยู่ด้านบนแทน นั่นหมายความว่าลูกสูบของขาตะเกียบได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบกันสะเทือนไปแล้ว มิหนำซ้ำ เป็นไปไม่ได้ที่จะใส่แผ่นเหล็กถ่างขากตะเกียบไว้ เพราะแผ่นเหล็กจะต้องหมุนไปพร้อมล้อ และความยาวของลูกสูบขาตะเกียบก็จะขวางการหมุนด้วย</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/radialcalipers.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2116" title="radialcalipers" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/radialcalipers.jpg" alt="radialcalipers หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>ตอนนี้ความแข็งของปลายด้านหน้าทั้งหมดขึ้นอยู่กับขนาดของเพลาหน้า เพลาใหญ่กว่าเท่ากับความแข็งของปลายปลายด้านหน้า ผลข้างเคียงของการออกแบบปั๊มเบรคแบบดั้งเดิมคือทำให้เกิดการสั่นสะเทือนในการขับขี่ เพราะมีการโค้งงอระหว่างล้อ (เนื่องจากดิสก์เบรคติดอยู่และขาตะเกียบติดกับลูกสูบ) ความคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้จานเบรคลอย ไม่สามารถชดเชยแรงของการโค้งงอของขาตะเกียบได้ เพื่อลดปัญหาดังกล่าว จึงทำให้ปั๊มเบรคเคลื่นที่รอบจานเบรคได้อย่างช้าๆ ดั้งนั้น ปั๊มเบรคจึงไปอยู่ที่ล้อหลังขนานกับเพลาล้อ จึงทำให้เกิดการโค้งงอน้อยกว่าและไม่เกิดการสั่นสะเทือน ดุมที่ติดก็เปลี่ยนไปด้วย ดุมแบบเก่าที่ติดไว้ที่ขาตะเกียบจะทำมุม 90 องศา หันหน้าชนกับจานเบรค ด้วย Radial calipers นี้ ดุมจะติดขนานไปกับจานเบรค ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดตำแหน่งของล้อด้วย เป็นการออกแบบที่มาจากการแข่งซุปเปอร์ไบค์ ซึ่งRadial calipers ทำให้ทีมแข่งที่ใช้จานเบรคขนาดต่างๆ กัน สามารถเพิ่มพื้นที่ระหว่างลูกสูบและขายึดเสา ภาพด้านข้างแสดงความแตกต่างระหว่างแบบเก่าและแบบใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong>ดิสก์เบรคแบบ</strong><strong>full contact</strong></h2>
<p>แม้จะเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ถือเป็นการปฏิวัติวงการเบรคก็ว่าได้ ซึ่งเคยนำออกขายโดยบริษัท NewTech ของประเทศแคนาดา   NewTech ได้ออกแบบระบบดิสก์เบรคที่เรียกว่า “ดิสก์เบรคแบบ full contact” ดิสก์เบรคดังกล่าวดูคล้ายกับผ้าเบรครุ่นเก่า และการออกแบบจานและผ้าเบรคที่มีการสัมผัสกับจานเพียง 15% ด้วยการเปลี่ยนแปลงการออกแบบนี้เอง  NewTech ได้เพิ่มผ้าเบรคเป็น 5 ชิ้น ดังนั้น ใน 1 ครั้ง ผ้าเบรคจะสัมผัสกับจานเบรคถึง 75%</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/fullcontact1.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2113" title="fullcontact1" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/fullcontact1.jpg" alt="fullcontact1 หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>ผ้าเบรคและจานเบรคแบบเก่านั้น จานเบรคจะถูกทำให้ติดแน่นกับผ้าเบรค ส่วนการออกแบบของ NewTech ตัวจานเบรคเองจะเป็นจานลอยด้วยคล้ายกับที่ใช้ในมอเตอร์ไบค์ จานเบรคจะถูกคลุมด้วย “spiderหรือฝาครอบ” (ดังภาพส่วนสีแดง) ซึ่งมีผ้าเบรค 6 ชั้นอยู่ด้านใน ระบบไฮโดรลิกจะทำงานยืดหยุ่นเป็นวงกลมเต็มระบบอยู่ที่ด้านหลังดิสก์เบรคที่ติดอยู่กับส่วนสีดำในภาพ และยังมีผ้าเบรคอีก 6 ชั้น ที่คอยผลักดิสก์ทั้งหมดให้ออกมาขัดภายในฝาครอบอีก ซึ่งดิสก์ทั้งหมดจะช่วยทำให้เกิดการสัมผัสกันทั้งหมด 12 ชิ้น</p>
<p>เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเบรคจะมีความร้อน ระบบจะมีแผ่นเย็นเชื่อมกับด้านนอกผ้าเบรคเพื่อเป็นการกระจายความร้อน ผ้าเบรคด้านในจะถูกยึดติดกับเบ้าตัวกันความร้อนที่ทำมาจากวัสดุผสมที่ทนแรงเสียดทานได้หลากหลาย ที่มีการกระจายแรงเสียดทานไปยังผ้าเบรคได้สม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของวัสดุที่ใช้</p>
<p>NewTech เชื่อว่าระบบนี้จะมีประสิทธิภาพในการทำให้เบรคเย็นลงได้ดีกว่า ทนทานกว่า และลดเสียงรบกวน และการสั่นสะเทือนได้</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/fullcontact2.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2114" title="fullcontact2" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/fullcontact2.jpg" alt="fullcontact2 หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>NewTechได้ขายเบรคดังกล่าวในรถบรรทุกและรถบัส เพื่อการขนส่งและขนส่งมวลชน แต่ในปัจจุบัน Renault ได้นำระบบดังกล่าวมาใช้ในรถร่วมกับระบบเบรคแบบสายแบบใหม่ ลูกค้า OEM รายแรกของ NewTech คือ Saleen ผู้ซึ่งใช้ระบบนี้ในรถซุปเปอร์คาร์ F7 แต่ในท้ายที่สุดก็ใช้ลูกสูบแบบ 6 พอร์ตแทน เว็บไซต์ของ NewTech หยุดนิ่งไปเมื่อปี 2009 และยังไม่มีการฟื้นฟูอีก</p>
<p>บูคาติได้ทำการทดสอบระบบนี้กับรถในปลายปี 80 โดยตอนท้ายได้นำไปใช้ร่วมกับรถซุปเปอร์คาร์ EB110  ในปี 1991 ถือเป็นตัวเลือกสำหรับรถยนต์บางคัน คนที่ใช้เบรคแบบนี้กล่าวว่ามันเป็นเบรคที่ล้ำโลกไปหน่อย เพราะกำลังในการเบรคอยู่เหนือความสามารถของคนขับอย่างเราๆ เบรคนี้มาจากกาะสวยอวกาศฝรั่งเศสที่ทำการออกแบบแชสซีในรุ่น EB110 (เบรคที่ใช้ในยานอวกาศในยุคนั้น) บูคาติจึงยกเลิกความคิดเนื่องจากราคาสูงกว่า EB110 กล่าวคือ 11,200,000 บาท</p>
<h2><strong>VDO ระบบเบรคแบบ Electric Wedge Brake (EWB) ของซีเมนส์</strong></h2>
<p>VDO ของซีเมนส์ในเยอรมนีได้พยายามที่จะนำต้นแบบระบบเบรคแบบ EWB ออกสู่ตลาด เป็นความพยายามที่จะไม่ใช้น้ำมันไฮโดรลิกในการถ่ายทอดแรงดันอีกแล้ว  EWB เป็นนวัตกรรมแนวความคิดบนพื้นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัท eStop ช่วงต้นปี 2005 และได้พัฒนา EWBอย่างต่อเนื่องมาตลอด ด้วยหลักการที่ทั้งง่ายและชาญฉลาด ผ้าเบรคจะถูกกดไปที่จานเบรค กล่าวคือ ลักษณะเป็นแผ่นรองกลมๆ ยิ่งจานเบรคหมุนมากเท่าไหร่จะยิ่งสโลปลงไปกดผ้าเบรคแรงเท่านั้น เพราะลักษณะเป็นแผ่นวงแหวน รองกลม รูปลิ่ม ประกอบกับการหมุนของจานเบรคจะมากโดยใช้เวลาน้อย</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/siemensEWB.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2118" title="siemensEWB" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/siemensEWB.jpg" alt="siemensEWB หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="500" height="407" /></a></p>
<p>ระบบนี้ใช้ไฟฟ้าธรรมดาในรถจำนวน 12 v. นั่นคือจะไม่มีไฮโดรลิก  EWB จะถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ซึ่งทำให้ไม่ต้องใช้น้ำมันไฮโดรลิกเหมือนใน ABS ข้อดีสุดท้ายคือเป็นระบบเบรคแบบแรกที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ระบบเบรคอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันใช้อิเล็กทรอนิกส์อยู่ด้านหลังแป้นเบรคเพื่อส่งสัญญาณไปยังตัวแปรสัญญาณในระบบไฮโดรลิก เนื่องจาก  EWB นี้ ไม่ใช่ระบบไฮโดรลิก ดังนั้น การเชื่อมต่อระหว่างแป้นเบรคและปั๊มเบรคจึงใช้ไฟ 12v. และตัวแปลงสัญญาณ</p>
<p>การทำงานของระบบ wedge นี้อยู่บนพื้นฐานของแบริ่งลูกกลิ้งหลายตัวและแผ่นแหวนรูปลิ่มที่เชื่อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 12v. เมื่อมีการเหยียบเบรค สัญญาณจะถูกส่งไปยังมอเตอร์และแผ่นแหวนจะเริ่มเคลื่อนที่ ด้วยรูปร่างและการออกแบบแบบแบริ่งลูกกลิ้ง แผ่นวงแหวนรองกลมที่หมุน จึงส่งแรงหใผ้าเบรคไปกดกับมอเตอร์เบรค เวลาในการตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถนับได้เป็นหน่วยเสี้ยววินาที เร็วกว่าระบบไฮโดรลิก คือเมื่อระบบประมวลผลเชื่อมต่อกันทั้งระบบแล้ว  EWB จะสามารถทำงานในการหยุดรถได้เพียงเสี้ยววินาที อาจฟังดูแล้วก็ไม่มากเท่าไหร่ แต่นั่นคือระยะในการหยุดรถได้เร็วขึ้น ซึ่งก็ดีกว่านี่ครับ</p>
<p>ตัวลูกสูบเบรคเองก็มีโมดูลเบรคที่ล้อที่ฉลาดติดอยู่เช่นกัน  เช่นเดียวกับมอเตอร์ที่แบริ่ง และแผ่นรูปลิ่ม มีระบบเซนเซอร์เพื่อจับดูแรงและการเคลื่อนที่ กล่าวได้ว่า  EWB มาแทน ABS ดังนั้น ลูกสูบเบรคแต่ละตัวจึงกลายเป็น ABS ไปในตัว  และเนื่องจากไม่มีการเชื่อมต่อกันระหว่างแป้นเบรคและด้านหลัง ABS  จึงไม่สามารถบังคับแป้นเบรค จึงไม่เกิดอาการกระตุกเมื่อรถวิ่ง ซึ่งผู้ขับขี่ก็ให้การยอมรับมากกว่า และเนื่องจากเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด คุณสามารถเอาเบรคมือแบบโบราณนั้นทิ้งไปและใช้โมดูล EWB ทั้ง 4ตัว แทนเข้าไปได้</p>
<p>แน่นอนว่ามีสิ่งทั้งที่ควรทำและไม่ควรทำ เห็นได้ชัดเจนว่าการลดน้ำหนักและระบบเบรคที่ซับซ้อนเป็นสิ่งที่ดี และด้วยการออกแบบ EWBทำให้เหลือพื้นที่ในห้องเครื่องมากขึ้น ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นด้วย แต่เนื่องจากได้ตัดระบบไฮโดรลิกออกไป ตัวแปลงสัญญาณ ABS และเซนเซอร์ต่างๆ รวมถึงปั๊มเบรคตัวล่าวที่ใช้งานกับ EWB จะต้องพึ่งพากระแสไฟฟ้าขนาด 12v. และความผันผวนของคอมพิวเตอร์ ผมสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสายดินไม่ทำงาน แต่ระบบเบรคเริ่มทำงานแล้ว ซึ่งต่างจากวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ หรือคุณจะเสี่ยงขับรถที่เป็นเพียงโครงเหล็กแต่ไม่มีเบรคเหลืออยู่เลยเล่าครับ ซึเมนส์ยังไม่ให้ความกระจ่างในประเด็นนี้ กระทั่งผมได้ลองทำภาพจำลองการทำงานของระบบนี้ซึ่งคุณจะเห็นภาพกากดของระบบเบรคแต่หากต้องการดู VDOของซีเมนส์สามารถดูได้ที่นี่</p>
<h3><strong>ส่วนผสมของวัสดุที่ใช้ผลิตผ้าเบรค</strong></h3>
<p>ผมขอพูดคร่าวๆ แล้วกันครับ ผ้าเบรคส่วนใหญ่จะใช้แร่ใยหินและทุกวันนี้ได้ใช้วัสดุผสมกันหลายอย่าง ตัวผ้าเบรคเองทำมาจากวัสดุที่สร้างแรงเสียดทานให้กับแผ่นรองรับ (backing plate) ลูกสูบปั๊มเบรคจะผลักแผ่นรองรับและวัสดุที่สร้างแรงเสียดทานให้ไปติดกับจานเบรค สำหรับวัสดุผสมที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เช่น</p>
<p>-สารอินทรีย์วัตถุ</p>
<p>ผ้าเบรคแบบนี้เหมาะกับรถที่ใช้งานบนท้องถนนมากที่สุดเพราะใส่ได้ง่าย และไม่เกิดการทิ้งละอองตกค้าง และยังเหมาะสำหรับรถครอบครัว เพราะทำงานได้ดีแม้อากาศเย็น ตรงกันข้าม ผ้าเบรคแบบนี้ทำงานไม่ดีเท่าที่ควรในอากาศร้อน</p>
<p>-กึ่งโลหะ/การขึ้นรูปทางโลหะ</p>
<p>เป็นการผสมผสานที่ดีเพื่อให้เข้ากันได้กับถนนและระยะล้อ โดยดูช่างเหมาะกับรถแบบสปอตเทียร์อย่าง ซูบารุ Impreza WRX ผ้าเบรแบบนี้ทำงานได้ไม่ดีเท่าแบบแรกในอากาศเย็น ดังนั้น จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเบรคช่วงแรกๆ แต่ในทางกลับกัน สามารถทำงานได้ดีในอากาศร้อน แต่ข้อด้อยของผ้าเบรคแบบนี้คือเป็นวัสดุยึดเหนี่ยวให้ผ้าเบรคติดกับแผ่นรอง มีโอกาสเป็นไปได้ว่าอุปกรณ์ผ้าเบรคอาจสึกได้แต่เกิดไม่บ่อยนัก</p>
<p>-โลหะ</p>
<p>ผ้าเบรคแบบนี้เหมาะสำหรับรถแข่ง หรือพวกอภิมหาเศรษฐีเท่านั้น ผ้าเบรคแบบนี้จะทำให้เกิดฝุ่นละอองมากและทำงานได้ไม่ดีในอากาศเย็น</p>
<p>-เซรามิค</p>
<p>ผ้าเบรคแบบเซรามิคก็ยังคงมีเส้นใยโลหะอยู่ (ประมาณ15% และกึ่งโลหะ40%) และใช้ทองแดงแทนโลกหะ ดังนั้น จึงทำให้สึกหรอน้อยลงและถ่ายเทความร้อนดีกว่า ผ้าเบรคแบบเซรามิคจะเกิดความฝืดยากกว่าแบบอื่นๆ และเย็นได้ไวกว่า มีอายุการใช้งานนาน เสียงเงียบ เบากว่า ทำให้ล้อดูสะอาด</p>
<h2><strong>เสียงที่เกิดจากเบรค </strong></h2>
<p>อาจมาจากสองสาเหตุ ได้แก่ วัสุที่ทำให้เกิดแรงเสียดทานหมด และแผ่นรองไปเสียดสีกับจานเบรคหรือผ้าเบรคแน่นเกิดไปจนไปสีกับลูกสูบ ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรล้วนส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนกับรถอย่างมาก ระหว่างผ้าเบรคและลูกสูบ และจานเบรค รถบางชนิดอาจมีปัญหาเสียงนี้ตั้งแต่ออกจากโรงงานเลยก็มี ในกรณีนี้ต้องเปลี่ยนผ้าเบรคให้ต่างกันเพื่อจะได้มีความเสียดสีกันน้อยลง ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น รถมอเตอร์ไซค์ BMW 71100 ซึ่งได้ออกลูกสูบใหม่อีกครั้งและจานเบรคอีก 2-3ครั้ง จนในที่สุดจึงหาย</p>
<p><strong>การแก้ปัญหาเสียงที่เกิดจากเบรค</strong></p>
<p>โดยการทาจารบีที่หลังผ้าเบรค จารบีจะทนต่อความดันความร้อน หากมีเศษอะไรอยู่บนผ้าเบรคก็ควรเปลี่ยนผืนใหม่ หรือเปลี่ยนดิสก์หรือจาน (รูปด้านข้างเป็นรูปตัดขวางการทำงานของดิสก์เบรค)</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/brakesqueal.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2108" title="brakesqueal" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/brakesqueal.jpg" alt="brakesqueal หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>เสื้อสูบสีแดงด้านขวาจะมองไม่เห็นเพราะลูกสูบบังอยู่ แนวคิดคือเป็นการสร้างกะเปาะเล็กๆ ที่ทำให้เกิดการหล่อลื่นระหว่างด้านหน้าของลูกสูบและด้านหลังของผ้าเบรค ซึ่งการทำงานเพียงแค่นั้นก็พอสำหรับการลดปัญหาการเกิดเสียง หากไม่อยากลงมือเอง (ซึ่งจริงๆแล้วใครๆ ก็ทำได้) ขอให้ช่างช่วยก็ได้ ในอดีตผมเคยได้ยินว่ามีผลิตภัณฑ์ 2-3 ตัวในตลาดที่ช่วยทำให้ไม่มีเสียง เช่น CRC Disk Brake Quiet หรือ Copaslip ผมเคยใช้ Copaslip ส่วน CRC ก็เคยมีรีวิว สินค้าทั้งหมดมีขายในอเมริการ แต่คนในยุโรปอาจมีเพียง  Copaslip</p>
<p><strong>ตัวหล่อลื่นสีทองแดงและยาง </strong></p>
<p>หาก  Copaslipสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวสามารถใช้ละอองยางเคลือบไปที่ลูกสูบซึ่งหากปล่อยให้เกิดเสียงอาจทำให้เบรคสึกได้ หากเกิดเสียงขึ้นที่ลูกสูบและพื้นผิวไปสัมผัสโดนกับส่วนอื่นๆ ก็ควรได้รับการซ่อมแซม</p>
<p><strong>วิธีอื่นๆ </strong></p>
<p>ขณะที่แรงสะเทือนความถี่สูงเป็นสาเหตุของปัญหาเสียงเบรค การวางตำแหน่งของระบบกันสะเทือนก็สามารถทำให้เกิดเสียงได้เช่นกัน การขับรถบนนถนนที่ไม่ดี การขับรถลงภูเขาที่เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือขอบล้อที่ออกแบบมาไม่พอดี ซึ่งโดยปกติแล้วการตั้งศูนย์ล้อสามารถทำได้ดีเมื่อใช้อุปกรณ์เครื่องมือเท่านั้น หากยางที่ติดไม่พอดีหรือไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดเสียงจากตัวถังและแชสซี และขยายไปยังตำแหน่งที่เราสามารถได้ยินเสียงในระหว่างการเบรคได้ หากใช้จารบีแล้วยังไม่หายอาจลองจัดตำแหน่งระบบกันสะเทือนใหม่</p>
<h2><strong>ตัวแปลงสัญญาณเบรค</strong></h2>
<p><strong>การจัดการกับสายเคเบิ้ล</strong> – สายเคเบิ้ลจะเชื่อมต่อกับคันโยกที่ปลายแต่ละด้าน เมื่อเหยียบคันโยกข้างใดข้างหนึ่งด้วยเท้า หรือบีบด้วยมือปลายจะถูกยกขึ้น ที่ด้านหลังของปลาย เบรคที่ยกขึ้น จะมีลูกเบี้ยวหมุนรูปไข่ซึ่งหมุนอยู่ในลักษณะคล้ายถ้วยรูปวงกลมในฝักเบรค ด้วยลักษณะที่เป็นแกนยาวหมุนได้ จึงส่งกำลังให้ฝักเบรคหมุนแยกจากกัน ในกรณีของรถจักรยาน สายนี้จะดึงลูกสูบสองลูกเข้าไว้ด้วยกัน</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/cableactuator.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2120" title="cableactuator" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/cableactuator.gif" alt="cableactuator หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="433" height="230" /></a></p>
<h3><strong>คานแข็ง</strong></h3>
<p><strong></strong>พบได้ในเบรคหลังของมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่า คานแข็งช่วยทำให้เกิดกำลังเมื่อเหยียบเบรคหรือคันโยกก่อนที่มันจะเบรคด้วยตัวของมันเอง โดยปกติแล้วคานแข็งนี่จะใช่กับดุมเบรคและตัวแปลงรูปไข่ด้านบน ข้อเสียคือต้องมีใบพับและจุดหมุนเพื่อให้ตำแหน่งพอดีกัน หากไม่พอดีอาจเกิดการเสียดสีหรือชนกัน</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/solidbaractuator.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2123" title="solidbaractuator" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/solidbaractuator.gif" alt="solidbaractuator หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="462" height="178" /></a></p>
<h3><strong>วงจรไฮโดรลิกเดี่ยว</strong></h3>
<p>ระบบนี้ใช้กับยวดยานในปัจจุบัน แบบด้านบนทั้งสองแบบได้เลิกใช้ไป และมีระบบของเหลวไฮโดรลิกมาแทนที่ ระบบวงจรไฮโดรลิกเดี่ยวนี้มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ แม่ปั๊มเบรคตัวบน และ ล่าง และ ถังน้ำมัน ทั้งสามทำงานประสานกันด้วยข้อต่อไฮโดรลิก และเต็มไปด้วยของเหลวที่ไม่อัดไฮโดรลิก เมื่อเหยียบหรือบีบเบรคเท่ากับลูกสูบเล็กมีการบีบอัดบนแม่ปั๊มเบรคตัวบน เนื่องจากน้ำมันเบรคไม่ถูกบีบอัด แรงดันจึงถูกส่งไปยังไฮโดรลิกเบรคโดยตรง ซึ่งวิ่งไปที่แม่ปั๊มเบรคตัวล่าง ซึ่งทำหน้าที่ดึงและผลัก เข้า ออก แม่ปั๊มตัวล่างจะเป็นทั้งตัวเชื่อมเพื่อยกเบรคและเป็นทั้งปั๊มเบรคไปในตัว แม่ปั๊มตัวล่างจะทำหน้าที่เป็นลูกสูบซึ่งกระทำโดยตรงต่อผ้าเบรค เนื่องจากการจัดเรียงของแม่ปั๊มตัวล่าง ความร้อนจากเบรคจึงสามารถถูกส่งกลับไปยังน้ำมันเบรค</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/singlecircuitactuator.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2122" title="singlecircuitactuator" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/singlecircuitactuator.gif" alt="singlecircuitactuator หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="466" height="300" /></a></p>
<h3><strong>วงจรไฮโดรลิกคู่</strong></h3>
<p>ระบบนี้พบได้ในรถรุ่นหรูหราและในมอเตอร์ไบค์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ BMW โดยระบบนี้จะมีวงจรสองวงจรแยกกัน อันหนึ่งคือวงจรสั่งการด้วยหรือเท้าของคนขับ อีกอันหนึ่งคือวงจรควบคุมแยกโดยเป็นออนบอร์ด ซึ่งเชื่อมต่อกับเบรค เมื่อเหยียบเบรค หมายถึงวงจรสั่งการส่งสัญญาณแรงกดไปยังคอมพิวเตอร์เบรค และมีการวัดจำนวนแรงที่ได้เหยียบไป และใช้เซอร์โว/ระะบปั๊ม โดยใช้แรงเดียวกับวงจนทุติยภูมิ ในการทำให้ระบบเบรคทำงาน หากคุณพยายามเหยียบเบรครถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว 100 mph คอมพิวเตอร์จะจำค่าว่าจะเกิดการลื่นไถลหรือหมุนหากมีการเบรค และจะไม่ส่งแรงดันไปยังวงจรทุติยภูมิ แทนที่จะตัดสินใจใช้ความเร็ว และเซนเซอร์ ABS ในการกำหนดค่าแรงดันเบรคในการควบคุมยานพาหนะ ข้อดีของระบบนี้คือ วงจรสั่งการจะไม่ถ่ายเทความร้อนเพราะมีการแยกออกจากระบบเบรค ข้อเสียคือต้องเอาใจใส่บำรุงรักษามากขึ้น</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/dualcircuitactuator.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter" title="dualcircuitactuator" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/dualcircuitactuator.gif" alt="dualcircuitactuator หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="475" height="300" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ระบบ </strong><strong>brake-by-wire</strong></h3>
<p>เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนี้ โดยมีการเลียนแบบระบบเบรคของการแข่งรถและใช้ระบบวงจรไฮโดรลิกคู่ ตามที่บอกไว้ด้านบน แต่แทนที่จะใช้วงจรสั่งการ ใช้ไฮโดรลิกซึ่งเป็นอิเล็กทรอนิกส์แทน กระเดื่องเบรคของการแข่งรถถูกเชื่อมกับ hypersensitive rheostat (วัดความต้านทานไฟฟ้า) ยิ่งเหยียบมาก สัญญาณไฟฟ้าจะยิ่งส่งไปคอมพิวเตอร์เบรคมาก จากนั้นมีกระบวนการเช่นเดียวกับวงจรทุติยภูมิที่ได้กล่าวไปแล้ว ประโยชน์ของระบบนี้คือ กระเดื่องเบรคหรือแป้นเบรคจะสามารถแทนที่ได้ทุกที่ตามความต้องการเนื่องจากไม่ไปกีดขวางวงจรไฮโดรลิก แต่บางคนอาจบอกว่า ไม่ได้อารมณ์หรือไม่รู้สึกว่าเหยียบเบรค ขอบอกว่าเบรคแบบนี้ส่วนใหญ่จะมีระบบ reverse feedback loop ติดตั้งอยู่ในตัว คอยทำหน้าที่วัดแรงดันที่กระทำต่อเบรคที่วงจรทุติยภูมิ ตัวแปลงต้านทานไฟฟ้าที่แป้นจะเป็นตัวต้านทาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพราะไม่มีการเชื่อมต่อกันทางกายภาพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบเบรคใดๆ</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/brakebywireactuator.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2119" title="brakebywireactuator" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/brakebywireactuator.gif" alt="brakebywireactuator หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="500" height="345" /></a></p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/dualcircuitactuator.gif" rel="lightbox[2104]"><br />
</a></p>
<h1><strong>ความได้เปรียบเชิงกล เหตุใดเราเพียงเหยียบเบรคเพื่อหยุดรถน้ำหนัก </strong><strong>2 ตัน </strong></h1>
<p>ความได้เปรียบเชิงกล คือ อัตราส่วนของแรงที่ใส่เข้าไปในงานที่มีผลต่อแรงพยายาม ความได้เปรียบเชิงกล = แรงต้าน/แรงพยายาม เช่น ของหนัก 20 กก. มีความยาว 1 ม. จากจุดหมุนจะสามารถยกของหนัก 40 กก. ที่สูงจากจุดหมุน 0.5 ม. ได้ จากฝั่งตรงข้าม แรงพยายามและการคำนวนแรงบิดเป็นการกระทำตามกฎนิวตัน และระยทางจากจุดหมุน ดังนั้น แรงบิดมีหน่วยเป็นนิวตันเมตร หรือ Nm แรงหนึ่งนิวตันคือ เท่ากับปริฒาณของแรงที่ต้องการสำหรับการเร่งมวลหนึ่งกก. ให้มีความเร่งเท่ากับหนึ่ง ม. ต่อวินาทีกำลังสอง บนโลกของเราเนื่องจากมีแรงโน้มถ่วงมีค่าประมาณ 9.8 ม. / วินาทีกำลังสอง โดยมีแรงดึงดูดต่อมวล 1 กก.=9.8 หรือ 10 นิวตัน สมการที่ทราบกันดีอีกอย่างคือ lbf.ft หรือ ฟุตปอนด์ โดย 1 นิวตันเมตร = 0.737 นิวตันปอนด์ ภาพด้านล่างเป็นการแสดงระบบคันโยกอย่างง่ายๆ แรงบิดที่แกนเพลาเป็น 200 นิวตันเมตร และแรงพยายามเป็น  200 นิวตันเมตร  ความได้เปรียบเชิงกล = แรงพยายาม/โหลด ในที่นี่คือ 200/200=1 จึงมีความสมดุลกัน</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/basiclever.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2124" title="basiclever" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/basiclever.gif" alt="basiclever หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="372" height="274" /></a></p>
<p>และลองนึกถึง หากมีการเพิ่มน้ำหนักไปที่แรงพยายามจาก 20 เป็น 30 ส่วนอย่างอื่นยังคงเดิม แรงบิดที่แกนเพลายังคงเป็น ความได้เปรียบเชิงกล200 นิวตันเมตร   และแรงพยายามเป็น 300 นิวตันเมตร จากสมการจะเท่ากับ 300/200=1.5 ค่าความได้เปรียบเชิงกลใดๆ ที่มีค่ามากกว่า 1 หมายความว่ามีการผ่อนแรง ในกรณีมีของหนัก 30 กก. สามารถยกของหนัก 40 กก. ให้ยกจากพื้นได้</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/basiclever2.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2125" title="basiclever2" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/basiclever2.gif" alt="basiclever2 หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="372" height="274" /></a></p>
<p>หากตอนนี้คุณเริ่มจำวิชาฟิสิกส์ได้แล้วคุณจะเริ่มรู้เกี่ยวกับการกระจายแรงในการเหยียบเบรค เพื่อหยุดรถพังภาพ</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/complexlever.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2126" title="complexlever" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/complexlever.gif" alt="complexlever หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="462" height="178" /></a></p>
<p>จากภาพจะเห็นว่ามี4จังหวะ จังหวะตรงกลางทั้งสองจังหวะจะไม่เกิดความได้เปรียบเชิงกลเพราะแป้นถูกเชื่อมไปในทิศทางเดียวกับจุดหมุน อย่างไรก็ดีลองดูที่แป้นเบรค เมื่อเราเหยียบแป้นเบรคระยะจากจุดหมุนยาวประมาณ 20 ซม. แต่อีกด้านจะยกสูงขึ้นเพียง 5 ซม. เท่านั้น เท่ากับเกิดความได้เปรียบเชิงกล เนื่องจาก 20/5=4 ชม. อีกด้านหนึ่งที่แป้นติดอยู่กับลูกเบี้ยวได้แต่เพียงงอตัวเท่านั้น input lever หรือการเชื่อมกันของของสองสิ่งระหว่างวาลว์ม้วนได้สองตัว โดยคลัทช์ มีความยาว 10 ซม. ในขณะที่ลูกเบี้ยว 2-4 ซม. จากจุดปลยสุดของจุดหมุน ดังนั้น เพลาเบรคจะมีคร่าความได้เปรียบเชิงกลที่ 20 โดย 4 จากแป้นเบรค และ 5 จากลูกเบี้ยว และจาก lever หน่วยของกำลังที่ใช้ไม่เท่ากัน เพียแต่ผลคูณเท่ากัน ลองนึกง่ายๆ ว่าเมื่อเหยียบเบรค เท่าจะเหยียบอยู่บนแป้นด้วยแรงประมาณ 60 ปอนด์ หรือ 27 กก. เหยียบ 4 ครั้ง = 240 ปอนด์ ถ้า 5 ครั้ง = 1200 ปอนด์ คุณเหยียบแป้นด้วยแรง 60 ปอนด์ แต่ลูกเบี้ยวด้านในดุมเบรคมีแรงที่ต้านถึง 1200 ปอนด์ หรือ 544 กก.</p>
<h2><strong>จากหลักการความได้เปรียบเชิงกลสู่การใช้ไฮโดรลิก</strong></h2>
<p>แม้รถปัจจุบันจะใช้ไฮโดรลิกแล้วแต่สมการของความได้เปรียบเชิงกลก็ยังคงอยู่ โดยใช้สมการแรงดันคือ แรงดัน=กำลัง/พื้นที่ หาก 20 นิวตัน = แรงดัน 1 ตร.ม. เทียบได้กับ200 นิวตัน = 10 ตร.ม. ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะ 20 นิวตันของแรง/1 ตร.ม. ของพื้นที่ ดังนั้น 200 นิวตัน/10 ตร.ม.= 20 Pa น้ำมันเบรคก็มีความสำคัญเพราะทำให้ระบบเบรคไฮโดรลิกทำงานง่ายขึ้น คุณเองก็สามารถจัดการกับแรงดันได้ด้วยการคำนวนตามสูตร</p>
<p>ระบบนี้แยกเป็นสองส่วน คือ 1) input และ output 2)แป้นเบรคและลูกสูบปั๊มเบรค ในแต่ละส่วนดังกล่าว เทียบได้ว่า แรงดัน =กำลัง/พื้นที่ ค่าแรงดันจะเหมือนกันทุกจุด โดยมีสูตรง่ายๆ ตามด้านล่าง</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/pressureexample.jpg" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2128" title="pressureexample" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/pressureexample.jpg" alt="pressureexample หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="640" height="480" /></a></p>
<p>จากตัวอย่างก่อนหน้า 60 ปอนด์ หรือ 27 กก. ของแรงที่ต้องใช้ของแป้นเบรคถูกติดด้วยแม่ปั๊มเบรค (เช่นมีความยาวตามขวาง 1.25ซม. เป็นต้น จะมีพื้นที่เป็น 0.000491 ตร.ม. (จากพื้นที่=PI x r²) ส่วนลูกสูบที่มีตัวอย่างความยาวตามขวางที่ 2 ซม. จะมีพื้นที่ 0.001257 ตร.ม. จากสูตรใหม่=60x 0.001257 ตร.ม./ 0.000491 = 154 ปอนด์ หรือ 69.8 กก. แรงที่เหยียบเบรคจะมากกว่าเป็นสองเท่า อัตราส่วนของแรงที่ได้จากเครื่องกลอาจอ้างไปถึงความแตกต่างทางพื้นที่</p>
<p><strong><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/hydraulicforces.gif" rel="lightbox[2104]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2127" title="hydraulicforces" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/hydraulicforces.gif" alt="hydraulicforces หลักการทำงานของเบรค เทคโนโลยี และเบรคประเภทต่างๆ" width="434" height="329" /></a><br />
</strong></p>
<p>ที่มา Carbible.com</p>
<p>แปลโดย TS MOTOR AUTO PAINTING PROFESSIONAL</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานซ่อมสีรถยนต์ Mercedes Benz E250</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-mercedes-benz-e250.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-mercedes-benz-e250.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 07:44:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[Mercedes Benz]]></category>
		<category><![CDATA[benz e250]]></category>
		<category><![CDATA[mercedes benz e250]]></category>
		<category><![CDATA[งานซ่อมสี benz]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี benz ที่ไหนดี]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี E250]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์บริการ ทำสีรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ ปทุมวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อม e250]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อม ปทุมวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี Benz]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี e250]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี benz e250]]></category>
		<category><![CDATA[อู่พ่นสีรถยนต์ benz]]></category>
		<category><![CDATA[อู่พ่นสีรถยนต์ ปทุมวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อู่เคาะพ่นสี งานเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[อู่เคาะพ่นสี ปทุมวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2077</guid>
		<description><![CDATA[&#160; งานซ่อมสี Mercedes Benz E250 รุ่นใหม่ จากการชน รถโดนชนท้ายมา มีรายการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ครับ &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1832.jpg" rel="lightbox[2077]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2079" title="IMG_1832" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1832.jpg" alt="IMG 1832 งานซ่อมสีรถยนต์ Mercedes Benz E250" width="600" height="416" /></a>งานซ่อมสี Mercedes Benz E250 รุ่นใหม่ จากการชน</h1>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2077"></span></p>
<h3 style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1840.jpg" rel="lightbox[2077]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2083" title="IMG_1840" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1840.jpg" alt="IMG 1840 งานซ่อมสีรถยนต์ Mercedes Benz E250" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1836.jpg" rel="lightbox[2077]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2082" title="IMG_1836" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1836.jpg" alt="IMG 1836 งานซ่อมสีรถยนต์ Mercedes Benz E250" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1835.jpg" rel="lightbox[2077]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2081" title="IMG_1835" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1835.jpg" alt="IMG 1835 งานซ่อมสีรถยนต์ Mercedes Benz E250" width="600" height="416" /></a>รถโดนชนท้ายมา มีรายการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ครับ</h3>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1833.jpg" rel="lightbox[2077]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2078" title="IMG_1833" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1833.jpg" alt="IMG 1833 งานซ่อมสีรถยนต์ Mercedes Benz E250" width="574" height="300" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1840.jpg" rel="lightbox[2077]"><br />
</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-mercedes-benz-e250.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99-benz-e200-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99-benz-e200-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 07:40:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[Mercedes Benz]]></category>
		<category><![CDATA[benz ตากลม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี benz]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี benz ตากลม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี benz ที่ไหนดี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ benz]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ Benz ปทุมวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ benz แนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ งานเร็ว ดี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ แนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อม benz]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี Benz]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี ปทุมวัน]]></category>
		<category><![CDATA[อู่พ่นสี benz]]></category>
		<category><![CDATA[อู่พ่นสีรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ห้าง กรุงเทพประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ห้าง ประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เคลมประกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2076</guid>
		<description><![CDATA[งานพ่นสีรอบคัน Mercedes E200 ตากลม สีเดิม สภาพรถเป็นรถที่ใช้งานมาได้อย่างดูแลรักษา เลขไมล์น้อย ภายในต้องการซ่อมแซม นำมาทำสีใหม่สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี พ่นสีเบอร์ตรงรุ่น Mercedes Benz การพ่นที่เรียบเนียนทำให้ค่าการสะท้อนแสงดียิ่งขึ้น แปลว่า ความเงาฉ่ำมากขึ้น พร้อมด้วยแลกเกอร์คุณภาพสูงจากเรา ดูจากรูปถ่าย ไม่มีการใช้ special effect ไม่มีการใช้ตัวแสดงแทน การทำงานขั้นนี้ประกอบด้วยทั้งวัสดุที่ดี และฝีมือช่างที่ทำงานได้เรียบร้อยที่สุด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6498.jpg" rel="lightbox[2076]"><br />
<img class="aligncenter size-full wp-image-2093" title="IMG_6498" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6498.jpg" alt="IMG 6498 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="600" height="417" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6486.jpg" rel="lightbox[2076]"><br />
</a>งานพ่นสีรอบคัน Mercedes E200 ตากลม สีเดิม</h1>
<p style="text-align: center;">สภาพรถเป็นรถที่ใช้งานมาได้อย่างดูแลรักษา เลขไมล์น้อย ภายในต้องการซ่อมแซม นำมาทำสีใหม่สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2076"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6508.jpg" rel="lightbox[2076]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2098" title="IMG_6508" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6508.jpg" alt="IMG 6508 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="600" height="417" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6502.jpg" rel="lightbox[2076]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2096" title="IMG_6502" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6502.jpg" alt="IMG 6502 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="600" height="417" /></a>พ่นสีเบอร์ตรงรุ่น Mercedes Benz</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_64861.jpg" rel="lightbox[2076]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2090" title="IMG_6486" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_64861.jpg" alt="IMG 64861 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="600" height="417" /></a>การพ่นที่เรียบเนียนทำให้ค่าการสะท้อนแสงดียิ่งขึ้น</p>
<p style="text-align: center;">แปลว่า ความเงาฉ่ำมากขึ้น พร้อมด้วยแลกเกอร์คุณภาพสูงจากเรา</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6464.jpg" rel="lightbox[2076]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2085" title="IMG_6464" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6464.jpg" alt="IMG 6464 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="600" height="417" /></a>ดูจากรูปถ่าย ไม่มีการใช้ special effect ไม่มีการใช้ตัวแสดงแทน</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6486.jpg" rel="lightbox[2076]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2084" title="IMG_6486" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6486.jpg" alt="IMG 6486 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="574" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">การทำงานขั้นนี้ประกอบด้วยทั้งวัสดุที่ดี และฝีมือช่างที่ทำงานได้เรียบร้อยที่สุด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6490.jpg" rel="lightbox[2076]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2091" title="IMG_6490" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_6490.jpg" alt="IMG 6490 พ่นสีรอบคัน Mercedes Benz E200 ตากลม" width="600" height="417" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99-benz-e200-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>[รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87-honda-civic-fd-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87-honda-civic-fd-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 12:20:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Honda]]></category>
		<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[civic fd garage]]></category>
		<category><![CDATA[civic fd แต่งโหด]]></category>
		<category><![CDATA[ซีิวิค ทำสี]]></category>
		<category><![CDATA[ตีโป่ง civic Fd]]></category>
		<category><![CDATA[รถ แต่งโหด]]></category>
		<category><![CDATA[รถแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ honda civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี ซีวิค]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะแก้ม civic fd]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2028</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ถ้าถามเรื่องการตีโป่ง Honda Civic FD คงมีไม่กี่ลายที่สามารถดึงดูดใจ และโหดได้เท่ากับลายนี้ครับ &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7634.jpg" rel="lightbox[2028]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2061" title="IMG_7634" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7634.jpg" alt="IMG 7634 [รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ" width="600" height="417" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">ถ้าถามเรื่องการตีโป่ง Honda Civic FD คงมีไม่กี่ลายที่สามารถดึงดูดใจ และโหดได้เท่ากับลายนี้ครับ</h1>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2028"></span></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7811.jpg" rel="lightbox[2028]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2064" title="IMG_7811" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7811.jpg" alt="IMG 7811 [รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7814.jpg" rel="lightbox[2028]"><br />
</a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7816.jpg" rel="lightbox[2028]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2067" title="IMG_7816" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7816.jpg" alt="IMG 7816 [รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7809.jpg" rel="lightbox[2028]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2063" title="IMG_7809" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7809.jpg" alt="IMG 7809 [รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7812.jpg" rel="lightbox[2028]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2065" title="IMG_7812" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7812.jpg" alt="IMG 7812 [รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7818.jpg" rel="lightbox[2028]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2068" title="IMG_7818" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_7818.jpg" alt="IMG 7818 [รถแต่ง] งานซ่อมสี ตีโป่ง Honda Civic FD สายพันธ์ซิ่ง โหดๆ" width="600" height="416" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%87-honda-civic-fd-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>[รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-honda-civic-fd-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-honda-civic-fd-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 11:56:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Honda]]></category>
		<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมสี civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมสีรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสีรถ civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่เคาะพ่นสี civic]]></category>
		<category><![CDATA[เคลมประกัน civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[เคลมประกัน กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคลมประกันคุ้มภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เคาะพ่นสี civic]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนสี civic fd]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2029</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; บอกได้เลยว่าคันนี้ซ่อมหนักทีเดียว แต่เจ้าของได้ใจ เพราะไหนๆก็ทำแล้ว จัดเต็มไปซักดอก &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2000.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2051" title="IMG_2000" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2000.jpg" alt="IMG 2000 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h1 style="text-align: center;">บอกได้เลยว่าคันนี้ซ่อมหนักทีเดียว แต่เจ้าของได้ใจ เพราะไหนๆก็ทำแล้ว จัดเต็มไปซักดอก</h1>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2029"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1998.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2049" title="IMG_1998" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1998.jpg" alt="IMG 1998 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1994.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2045" title="IMG_1994" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1994.jpg" alt="IMG 1994 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1992.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2043" title="IMG_1992" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1992.jpg" alt="IMG 1992 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1998.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2049" title="IMG_1998" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_1998.jpg" alt="IMG 1998 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2005.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2056" title="IMG_2005" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2005.jpg" alt="IMG 2005 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2006.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2057" title="IMG_2006" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2006.jpg" alt="IMG 2006 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2003.jpg" rel="lightbox[2029]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2054" title="IMG_2003" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2003.jpg" alt="IMG 2003 [รถแต่ง] ไหนๆก็ซ่อม เปลี่ยนสีไปเลย กับ Honda Civic FD" width="600" height="416" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-honda-civic-fd-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>[รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-honda-civic-fd-%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1-lambogini.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-honda-civic-fd-%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1-lambogini.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 11:43:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Honda]]></category>
		<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[civic fd ing+1]]></category>
		<category><![CDATA[civic fd ส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[civic fd แต่งสวย]]></category>
		<category><![CDATA[civic fd แต่งโหด]]></category>
		<category><![CDATA[kami gang]]></category>
		<category><![CDATA[kami shop]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี civic FD]]></category>
		<category><![CDATA[รถแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สีส้ม lambogini]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมห้าง civic fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่แต่งรถ civic Fd]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ไหนดี honda]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งรถ]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งรถ civic fd]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2030</guid>
		<description><![CDATA[Honda Civic FD คันนี้ ได้ทำสีกับเราไปหลายปีแล้ว เรียกว่าทำกันจนรู้จัก มักจี่กันเป็นอย่างดี หลังจากปรับปรุงเว็บไซด์ใหม่แล้วคงจะต้องเอามาลงกันให้ชมซักหน่อยครับ รูปที่เห็นเป็นโปรเจ็คก่อนร่างสมบูรณ์ สีส้มจี๊ดจ๊าด เบอร์ตรงของ Lambogini LP460 ช่วงหน้าดุดัน จาก Carbon Kevlar ของ Kami Shop ชุดแต่ง ING+1 สุดๆ อีกหนึ่งผลงาน ของ ที เอส มอเตอร์ &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1 style="text-align: center;">Honda Civic FD คันนี้ ได้ทำสีกับเราไปหลายปีแล้ว เรียกว่าทำกันจนรู้จัก</h1>
<h1 style="text-align: center;">มักจี่กันเป็นอย่างดี หลังจากปรับปรุงเว็บไซด์ใหม่แล้วคงจะต้องเอามาลงกันให้ชมซักหน่อยครับ</h1>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2807.jpg" rel="lightbox[2030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2035" title="IMG_2807" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2807.jpg" alt="IMG 2807 [รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini" width="600" height="417" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-2030"></span></p>
<p style="text-align: center;">รูปที่เห็นเป็นโปรเจ็คก่อนร่างสมบูรณ์ สีส้มจี๊ดจ๊าด เบอร์ตรงของ Lambogini LP460</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2806.jpg" rel="lightbox[2030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2034" title="IMG_2806" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2806.jpg" alt="IMG 2806 [รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini" width="600" height="417" /></a>ช่วงหน้าดุดัน จาก Carbon Kevlar ของ Kami Shop</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2804.jpg" rel="lightbox[2030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2033" title="IMG_2804" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2804.jpg" alt="IMG 2804 [รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini" width="600" height="417" /></a>ชุดแต่ง ING+1</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2837.jpg" rel="lightbox[2030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2038" title="IMG_2837" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2837.jpg" alt="IMG 2837 [รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini" width="600" height="417" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2812.jpg" rel="lightbox[2030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2036" title="IMG_2812" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2812.jpg" alt="IMG 2812 [รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini" width="600" height="875" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2803.jpg" rel="lightbox[2030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2032" title="IMG_2803" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/IMG_2803.jpg" alt="IMG 2803 [รถแต่ง] แรง จี๊ด กับ Honda Civic FD สี ส้ม Lambogini" width="600" height="417" /></a>สุดๆ อีกหนึ่งผลงาน ของ ที เอส มอเตอร์</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87-%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%8a%e0%b8%94-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-honda-civic-fd-%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1-lambogini.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 07:31:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[PCD คืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[rim offset]]></category>
		<category><![CDATA[การคำณวน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ค่า offset]]></category>
		<category><![CDATA[ดุมล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาง]]></category>
		<category><![CDATA[รถแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อ mag]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อ max]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อรถยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อแม็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ล้อแม็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แม็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็กซ์ ยาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=2015</guid>
		<description><![CDATA[ว่าด้วยเรื่องล้อ จำนวนดุมล้อ คนส่วนใหญ่ยอมจ่ายเงินเพื่อล้ออัลลอยด์ ซึ่งมีจำนวนดุมล้อที่ไม่เหมาสม ระยะห่างระหว่างน็อตล้อแต่ละตัว หากทราบแล้วว่าต้องการจำนวนดุมล้อเท่าใดก็ควรทราบด้วยว่าระยะห่างระหว่างน็อตล้อแต่ละตัว หรือ PCD (pitch circle diameter) ควรเป็นเท่าใดPCD ก็คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เรามองไม่เห็น เกิดขึ้นจากการวาดวงกลมโดยผ่านจุดศูนย์กลางของดุมล้อ  (ดังสีแดง) หากรถคุณมีจำนวนดุมล้อถูกแต่เว้นระยะห่างผิดจะทำให้ล้อไม่พอดี สัญลักษณ์ของ PCD รูปแบบการวางดุมล้อและค่า PCD จอะอยู่ที่ 5&#215;114.42 หมายความว่า ดุมล้อจำนวน 5 ดุม จะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 114.42 มม. ขนาดจุกล้อ ขนาดจุกล้อมี 2 แบบ ได้แก่ hub-centric และ lug-centric การออกแบบแบบ hub-centricเป็นล้อที่ใส่จุกล้อก่อนที่จะขันปลอกหรือหัวให้แน่น ในการออกแบบนี้จุกจะยื่นออกมาจากเพลาซึ่งสามารถใช้เป็นการตั้งศูนย์ล้อได้ สำหรับล้ออัลลอยด์ตามร้านต่างๆ  รูของจุกล้อมักใหญ่กว่าของเดิมที่ติดมากับล้อจึงทำให้คุณจำเป็นต้องนำรถไปตั้งศูนย์ หรือใส่ hub-centric ring ซึ่งทำด้วยพลาสติกโลหะทรงกลมที่สามารถเข้าเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของจุกล้อได้ เพื่อให้มั่นใจว่าติดอยู่กับศูนย์กลางล้อแน่นอน การออกแบบแบบ lug-centric เป็นการวางศูนย์กลางให้ล้อขณะที่อยู่ระหว่างการขันดุมล้อให้แน่นเพราะจุกจะไม่ยื่นออกมา ค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อ ตามแนวขวางกับหน้าแปลนของล้อ ค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อ ตามแนวขวางกับหน้าแปลนของล้อ มีหน่วยเป็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><strong>ว่าด้วยเรื่องล้อ</strong></h1>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">จำนวนดุมล้อ</span></strong></p>
<p>คนส่วนใหญ่ยอมจ่ายเงินเพื่อล้ออัลลอยด์ ซึ่งมีจำนวนดุมล้อที่ไม่เหมาสม</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ระยะห่างระหว่างน็อตล้อแต่ละตัว</span></p>
<p>หากทราบแล้วว่าต้องการจำนวนดุมล้อเท่าใดก็ควรทราบด้วยว่าระยะห่างระหว่างน็อตล้อแต่ละตัว หรือ PCD (<em>pitch circle diameter</em>) ควรเป็นเท่าใดPCD ก็คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เรามองไม่เห็น เกิดขึ้นจากการวาดวงกลมโดยผ่านจุดศูนย์กลางของดุมล้อ  (ดังสีแดง) หากรถคุณมีจำนวนดุมล้อถูกแต่เว้นระยะห่างผิดจะทำให้ล้อไม่พอดี</p>
<p><span id="more-2015"></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">สัญลักษณ์</span><span style="text-decoration: underline;">ของ </span><span style="text-decoration: underline;">PCD</span></p>
<p>รูปแบบการวางดุมล้อและค่า PCD จอะอยู่ที่ 5&#215;114.42 หมายความว่า ดุมล้อจำนวน 5 ดุม จะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 114.42 มม.</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/wheelpcdspigot.jpg" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2022" title="wheelpcdspigot" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/wheelpcdspigot.jpg" alt="wheelpcdspigot ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="620" height="480" /></a></p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ขนาดจุกล้อ</span></p>
<p>ขนาดจุกล้อมี 2 แบบ ได้แก่ hub-centric และ lug-centric</p>
<p>การออกแบบแบบ hub-centricเป็นล้อที่ใส่จุกล้อก่อนที่จะขันปลอกหรือหัวให้แน่น ในการออกแบบนี้จุกจะยื่นออกมาจากเพลาซึ่งสามารถใช้เป็นการตั้งศูนย์ล้อได้ สำหรับล้ออัลลอยด์ตามร้านต่างๆ  รูของจุกล้อมักใหญ่กว่าของเดิมที่ติดมากับล้อจึงทำให้คุณจำเป็นต้องนำรถไปตั้งศูนย์ หรือใส่ hub-centric ring ซึ่งทำด้วยพลาสติกโลหะทรงกลมที่สามารถเข้าเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของจุกล้อได้ เพื่อให้มั่นใจว่าติดอยู่กับศูนย์กลางล้อแน่นอน</p>
<p>การออกแบบแบบ lug-centric เป็นการวางศูนย์กลางให้ล้อขณะที่อยู่ระหว่างการขันดุมล้อให้แน่นเพราะจุกจะไม่ยื่นออกมา</p>
<p><span style="text-decoration: underline;">ค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อ ตามแนวขวางกับหน้าแปลนของล้อ </span></p>
<p>ค่าระยะห่างระหว่างเส้นแบ่งครึ่งล้อ ตามแนวขวางกับหน้าแปลนของล้อ มีหน่วยเป็น มิลลิเมตร เป็นการกำหนดว่าระบบการสั่นสะเทือนและตั้งศูนย์อย่างไร ปัญหาคือว่าหากทำผิดพลาดพวงมาลัยจะหนักและไม่สามารถบังคับรถให้เลี้ยวได้ หรืออาจเบาเกินไปซึ่งต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยว ปัญหาที่เกิดจากการละเลยการวัดค่าดังกล่าว คือ ระยะหรือตำแหน่งของล้อว่าจะยื่นออกหรือหุบเข้าในตัวรถ หรือระบบกันสะเทือน อาจเกิดการกระตุกเพราะการตั้งค่าผิดเพี้ยน โดยเฉพาะชนิดของล้อ ค่าดังกล่าวจะถูกประทับตราบนส่วนใดส่วนหนึ่งของล้อว่า ET figure</p>
<p>positive offset = inset และ Negative offset = outset ปกติแล้วโรงงานผลิตจะตั้งค่ามาตรฐานโรงงาน มาที่ 5-7 มม. โดยหากล้อเดิมมีค่า offset 42 มม. คุณสามารถหาของใหม่มาใส่ได้โดยมีค่า offset ที่ 40 มม. โดยที่ค่าความต่าง 2 มม. นั้นสามารถยอมรับได้</p>
<p><strong>ยิ่งค่า</strong><strong>inset มากแสดงว่าใกล้ระบบกันสะเทือนมากใช่หรือไม่ </strong></p>
<p><strong>เมื่อคุณเพิ่มค่า </strong><strong>inset ของล้อ จะทำให้ลดระยะห่างระหว่างขอบด้านในของล้อและองค์ประกอบของระบบกันสะเทือนจากตัวอย่าง จะเห็นว่าล้อสีแดงมีค่า inset มากกว่า คือ ระยะห่างของการติดตั้งล้อ centreline มากกว่าล้อสีเขียว ส่วนบล๊อกสีเทาบอกถึงการตั้งดุมล้อ เพลา และอุปกรณ์ระบบกันสะเทือน จะพบว่าการเพิ่มค่าinset  (positive offset) ของล้อ จะผลักขอบด้านในของล้อเข้าไปและย่งจะใกล้กับระบบกันสะเทือน ตรงกันข้าม หากค่า insetลดลงยางจะออกด้านนอกมากขึ้น อาจทำให้เกิดการเสียดสีกับโครงล้อได้ ข้อมูลการตั้งค่าดังกล่าวอาจช่วยให้คุณคำนึงค่า offset โดยรวมมากกว่าที่จะคิดถึงค่า inst และ outsetเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หากค่า offset เป็น positive เกินไป ล้ออาจจะผลุบเข้ามากเกิน และหากเป็น negative ล้อก็อาจจะยื่นออกมาด้านนอกมากไปได้เช่นกัน </strong></p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/xsection.gif" rel="lightbox[2015]"><br />
</a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/inset_wheel.gif" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2020" title="inset_wheel" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/inset_wheel.gif" alt="inset wheel ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="116" height="146" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/inset_wheel.gif" rel="lightbox[2015]"><br />
</a></p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/insetrubbing.jpg" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2021" title="insetrubbing" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/insetrubbing.jpg" alt="insetrubbing ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="532" height="253" /></a></p>
<p><strong>ตัวอย่างจริง</strong></p>
<p><strong>ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดนับพัน ลองดูภาพนี้ครับ ล้ออัลลอยด์ของรถเก่าของผม ด้านบนมีข้อมูลว่า </strong><strong>&#8220;6J x 14 H2 ET45&#8243; แปลได้ว่า &#8220;6J x 14&#8243; เป็นวงล้อลึกขนาด 6 นิ้ว มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว ตัว J หมายถึงรูปร่างของยางแบบ tyre bead  (ลองอ่านคำจำกัดความของคำว่าล้อลึก และ rim contour ได้จากด้านล่าง)</strong></p>
<p><strong>ส่วน </strong><strong>H2 คือ การออกแบบวงล้อเป็นแบบ double hump (อ่าน  </strong><a href="http://www.carbibles.com/tyre_bible_pg4.html#humps">hump profiles</a><strong> ที่ด้านล่าง) และ ET45 คือ มีค่า positive offset ที่ 45 มม. หรืออีกนัยหนึ่ง มีค่า inset ที่ 45 มม. ส่วนใหญ่แล้วจะมีการปั๊มข้อมูลเหล่านี้บนวงล้อเพื่อให้อ่านได้ง่าย ส่วนร้านแต่งบางร้านจะปั๊มข้อมูลที่ด้านใน </strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">เพิ่มเติม</span></strong><strong>  </strong><strong>ET ย่อมาจากคำภาษาเยอรมันคือ Einpresstiefe คือค่า rim offset (หรือ &#8220;inset&#8221;)</strong></p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/arealwheel.jpg" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2016" title="arealwheel" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/arealwheel.jpg" alt="arealwheel ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="300" height="152" /></a></p>
<p><strong>การคำนวณค่า </strong><strong>offset </strong></p>
<p>คลิกเลือกข้อมูลด้านล่างจะช่วยคุณคำนวณค่าoffset ได้ คุณจะทราบถึงความแตกต่างระหว่างล้อเก่าและล้อใหม่และค่า offset ที่จะส่งผลต่อรถโดยรวม ผมเลือกที่จะใช้ Tyre Section แทนความกว้างของล้อเพราะส่วนใหญ่ยางที่ขยายเกินขอบล้อจะเป็นส่วนที่กว้างที่สุดของล้อและลาย</p>
<p>ดังนั้นในขณะที่คำนวณ ล้อที่ยังไม่ใส่ยางจะคำนวณได้ง่าย แต่ถ้าล้อที่ใส่ยางแล้ว ต้องถอดมาวัดด้านนอกจะถูกต้องแม่นยำกว่า และต้องรู้ขนาดความกว้างของล้อที่ระบุไว้ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความพอดีของล้อและยาง</strong></p>
<p><strong>ขนาดล้อ</strong></p>
<p>ขนาดล้อจะมีสัญลักษณ์<strong> </strong>WWWxDDD เช่น 7&#215;14 หมายถึงขนาดความกว้างขอบกระทะล้อมีขนาด 7 นิ้ว และเส้นผ่าศูนย์กลางกระทะล้อ 14 นิ้ว  โดยปกติแล้วความกว้างน้อยกว่ายางจึงจะดี ดังนั้น ยาง 185 มม. จะเข้ากับยางที่มีความกว้าง 6 นิ้ว (185 มม. อาจเข้ากับ 7 นิ้วก็ได้แต่ขอบในยางนอก อาจชิดกับ ขอบเกินไป)</p>
<p><strong>รัศมีของยางเมื่อรับนํ้าหนัก (Static loaded radius) , </strong><strong>เส้นผ่านศูนย์กลางด้านนอก</strong><strong>(outer diameter) และเส้นรอบวงยางขณะวิ่ง (rolling circumference)</strong></p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/rollingcircumference.gif" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2024" title="rollingcircumference" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/rollingcircumference.gif" alt="rollingcircumference ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="200" height="200" /></a></p>
<p>ทั้งสามสิ่งด้านบนนับว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเชื่อมถึงกัน ยางที่ตรงจากผู้ผลิต ยางจะเป็นวงกลมและเส้นผ่านศูนย์กลางด้านนอก (OD) จะขึ้นอยู่กับสภาพรถเปล่า หากรถไม่ได้บรรทุกอะไรจะเป็นวงกลมมาก เพราะยางอ่อนที่บรรทุกของหนัก (ยางด้านล่างที่รับน้ำหนักจะแบนราบกว่าด้านบน) รัศมีในแนวตั้งของยางที่บรรทุกของจะไม่ได้เป็นครึ่งหนึ่งของเส้นผ่าศูนย์กลาง โดยปกติจะประมาณ44% (จากศูนย์กลางของล้อกับถนน) นอกจากนี้ ยางไม่ได้ม้วนเหมือนล้อหรือสายพานรถที่ม้วนไปในแนวพื้นดินเหมือนรถเกรดหรือสายพานรถตีนตะขาบ ด้วยเหตุนี้ เส้นรอบวงยางขณะวิ่งจึงไม่ได้มากตามที่คิด การประมาณการที่ใกล้เคียงที่สุดสำหรับค่าดังกล่าว สามารถคำนวณได้โดยการคำนวณเส้นผ่าศูนย์กลางด้านนอก ลบด้วยความลึกของดอกยางสองครั้งและคูณด้วย PI เช่น  0.96 x OD x PI</p>
<p>หากเส้นรอบวงยางขณะวิ่งเปลี่ยนแปลงเนื่องมาจากความไม่เหมาสมของยางกับล้อใหม่ ความเร็วจะลดลงสิ้นเปลืองพลังงาน สุดท้ายโรงงานผลิตจะผลิตชุดเครื่องยนต์และเกียร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับเส้นรอบวงยางขณะวิ่ง</p>
<h2>J, JJ, K, JK, B, P และ  D : ขอบในยางนอก  /การกำหนด rim contour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/beadprofile1.gif" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2025" title="beadprofile" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/beadprofile1.gif" alt="beadprofile1 ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="158" height="125" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/etrto_diagram.jpg" rel="lightbox[2015]"><br />
</a></p>
<p>ตัวอักษรที่มีลักษณะเฉพาะนี้จะอยู่ระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางกระทะล้อและความกว้างของกระทะล้อซึ่งจะพิมพ์ไว้บนยาง และจะเป็นการบอกถึงรูปร่างของยางที่ขอบในยางนอกที่เหมาะสม ดูได้จากภาพด้านซ้ายมือสีแดง เหมือนกับบทความก่อนๆ ที่ตัวอักษรจะแทนค่ารายละเอียดที่มีความยาวและซับซ้อน จึงใช้ตัวอักษรมาแทนค่า เช่น J ที่พบได้มากที่สุดในรถขับเคลื่อนสี่ล้อจะเป็น JJ  รถจากัวร์ (โดยเฉพาะรุ่นเก่า) จะมีตัว K และในรถ VW รุ่นเก่าจะมีตัว P และ B อย่างไรก็ดีผมกระอักกระอ่วนที่พูดถึงหัวข้อนี้เพราะข้อมูลไม่ค่อยชัดเจน จะกระจ่างก็คงต้องศึกษาคู่มือของ European Tyre and Rim Technical Organisation  ซึ่งผมว่าค่อนข้างหนักหนาเอาการสำหรับความหนา 64 หน้า มีทั้งเรื่องขอบในยางนอก และ กระทะล้อ ฯ แค่อ่านคู่มือก็พาง่วงแล้วครับ มีการแบ่งประเภทของกระทะล้อไว้หลายแบบ แถมด้วยโค้ดเยอะแยะมากมายเช่น J สำหรับrim contour  และมิติของrim contour  ที่เรียกว่า code 10-26 5 deg หรือ Drop-Centre Rims ผมได้ทำไดอะแกรมด้านล่างมาเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ</p>
<p>จากภาพจะเห็นว่า J และ B ต่างกันที่ ปีกกระทะล้อ นี่เป็นส่วนหนึ่งของไดอะแกรมที่แบ่งโดยเส้นผ่านศูนย์กลาง R และ พารามิเตอร์ B และ Pmin แต่สำหรับผม ขอนิยามว่าก็คือ ขอบในยางนอก</p>
<p>ข้อสังเกต – ความแตกต่างของ J และ B  ต่างกันนิดหน่อยแต่ก็ไม่เล็กน้อย บริเวณของ rim-to-tyre interfaceมีความสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของยางทำให้เกิดความแตกต่างมากในการติดตั้งและแรงกดของขอบใน</p>
<p>การกำหนด contour  A และ D ภายใต้ประเภท รถจักรยาน รถมอเตอร์ไซค์ และสกู๊ตเตอร์ และในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการอุตสาหกรรมและรถยกตัวอักษรยังเป็นการบอกถึงประเภทของยางได้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้ว รูปทรงเรขาคณิตที่แตกต่างอย่างสมบูรณ์เป็นการกำหนดในตำแหน่งเดียวกันในสองประเภทที่ต่างกัน</p>
<p>&#8220;S&#8221;, &#8220;T&#8221;, &#8220;V&#8221; และ &#8220;W&#8221; เป็นการกำหนดcontour ภายใต้ &#8220;ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์   ประเภทFlat Base Rims ส่วน &#8220;E&#8221;, &#8220;F&#8221;, &#8220;G&#8221; และ &#8220;H&#8221; เป็นการกำหนดcontour ภายใต้ &#8220;ยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ ประเภทSemi-Drop Centre Rims เริ่มสับสนหรือยังครับ</p>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/etrto_diagram.jpg" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2018" title="etrto_diagram" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/etrto_diagram.jpg" alt="etrto diagram ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="600" height="250" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/humpcontours.gif" rel="lightbox[2015]"><br />
</a></p>
<p>คุณผู้อ่านที่รักทุกท่านครับ ผมว่าทางที่ดี คร่าวๆ ก็ได้ครับ หากบนยางพิมพ์ว่า 5J15 แต่คุณซื้อ 5K15 ไม่มีทางที่มันจะพอดีกันได้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>H, H2, FH, CH, EH และ EH2 : Hump profiles</h2>
<p>มีข้อมูลอีกประเภทหนึ่งนอกเหนือจากที่กล่าวมา  นั่นคือยาง Hump เพื่อป้องกันไม่ให้ยางจากขอบเลื่อนออกในกระแทกหรือขูดสีกับขอบขณะที่ยานพาหนะที่มีการเคลื่อนที่ เช่นเดียวกับรูปทรงของขอบในยางนอกที่มีการกำหนดที่แตกต่างกันข การออกแบบและการกำหนดค่าของยาง hump จะขึ้นอยู่กับจำนวนและรูปร่างของ humpสำหรับผู้อ่านที่รักการเรียนรู้ ผมขอเสนอตารางของการกำหนดยาง hump และแผนที่กล่าวไว้ข้างต้นซึ่งจะแสดงรายละเอียด ดังนี้</p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td rowspan="2" width="147">Designation</td>
<td colspan="2" width="292">Bead Seat Contour</td>
<td rowspan="2" width="76">Marking</td>
</tr>
<tr>
<td width="146">Outside</td>
<td width="146">Inside</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Hump</td>
<td width="146">Hump</td>
<td width="146">Normal</td>
<td width="76">H</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Double Hump</td>
<td width="146">Hump</td>
<td width="146">Hump</td>
<td width="76">H2</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Flat Hump</td>
<td width="146">Flat Hump</td>
<td width="146">Normal</td>
<td width="76">FH</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Double Flat Hump</td>
<td width="146">Flat Hump</td>
<td width="146">Flat Hump</td>
<td width="76">FH2</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Combination Hump</td>
<td width="146">Flat Hump</td>
<td width="146">Hump</td>
<td width="76">CH</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Extended Hump</td>
<td width="146">Extended Hump</td>
<td width="146">Extended Hump</td>
<td width="76">EH2</td>
</tr>
<tr>
<td width="147">Extended Hump 2+</td>
<td width="146">Extended Hump 2+</td>
<td width="146">Extended Hump 2+</td>
<td width="76">EH2 +</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/humpcontours.gif" rel="lightbox[2015]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2019" title="humpcontours" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2012/02/humpcontours.gif" alt="humpcontours ความรู้ เรื่อง ล้อรถยนต์ , แม็กซ์" width="352" height="308" /></a></p>
<p>หากคุณเมามันส์กับการเรียนรู้และต้องรู้ให้ครบทุกสิ่งลองอ่านข้อมูลต่างๆ ที่กล่าวมาได้ที่  ETRTO (European Tyre and Rim Technical Organisation ข้อมูลที่เหลือผมจะพูดในหัวข้อถัดไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>credit carbibles</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>[ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-lexus-300es-%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-lexus-300es-%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 12:31:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[Lexus 300ES]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมสี Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี Lexus งานเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสีรถ Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[พ่นสีรถ Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[รูปรถสวย]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ในเครือ กรุงเทพประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ในเครือ ประกันคุ้มภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ไหนดี]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บสี Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[เคาะพ่นสี]]></category>
		<category><![CDATA[เคาะพ่นสี Lexus]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=1976</guid>
		<description><![CDATA[งานทำสีรถยนต์ รอบคัน Lexus 300ES ทูโทน &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1755.jpg" rel="lightbox[1976]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1978" title="IMG_1755" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1755.jpg" alt="IMG 1755 [ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ" width="600" height="337" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">งานทำสีรถยนต์ รอบคัน Lexus 300ES ทูโทน</h1>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1976"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1756.jpg" rel="lightbox[1976]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1979" title="IMG_1756" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1756.jpg" alt="IMG 1756 [ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1757.jpg" rel="lightbox[1976]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1980" title="IMG_1757" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1757.jpg" alt="IMG 1757 [ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1758.jpg" rel="lightbox[1976]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1981" title="IMG_1758" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1758.jpg" alt="IMG 1758 [ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1760.jpg" rel="lightbox[1976]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1983" title="IMG_1760" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1760.jpg" alt="IMG 1760 [ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1761.jpg" rel="lightbox[1976]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1984" title="IMG_1761" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1761.jpg" alt="IMG 1761 [ทำสีรถ] Lexus 300ES พร้อมเก็บรายละเอียดต่างๆ" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_1759.jpg" rel="lightbox[1976]"><br />
</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96-lexus-300es-%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%96.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>[ ดันลักยิ้ม] เก็บรายละเอียด Mini Cooper</title>
		<link>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5-mini-cooper-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5-mini-cooper-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Dec 2011 06:42:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Latest Work]]></category>
		<category><![CDATA[Mini Cooper]]></category>
		<category><![CDATA[Mini cooper]]></category>
		<category><![CDATA[mini cooper S]]></category>
		<category><![CDATA[งานเนียน]]></category>
		<category><![CDATA[ดันลักยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสี mini cooper]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อม Mini]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ซ่อมสี Mini]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ทำสี Mini Cooper]]></category>
		<category><![CDATA[อู่เคาพ่นสี]]></category>
		<category><![CDATA[อู่ในเครือ]]></category>
		<category><![CDATA[เคลมประกัน]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tsmotor.co.th/?p=1941</guid>
		<description><![CDATA[งานเก็บรายละเอียด Mini Cooper ดันลักยิ้มบังโคลนหลังซ้าย งานเช้า รับเย็น จาก TS Motor &#160; &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2032.jpg" rel="lightbox[1941]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1968" title="IMG_2032" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2032.jpg" alt="IMG 2032 [ ดันลักยิ้ม] เก็บรายละเอียด Mini Cooper" width="600" height="416" /></a></p>
<h1 style="text-align: center;">งานเก็บรายละเอียด Mini Cooper ดันลักยิ้มบังโคลนหลังซ้าย</h1>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1941"></span><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2033.jpg" rel="lightbox[1941]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1969" title="IMG_2033" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2033.jpg" alt="IMG 2033 [ ดันลักยิ้ม] เก็บรายละเอียด Mini Cooper" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2029.jpg" rel="lightbox[1941]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1965" title="IMG_2029" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2029.jpg" alt="IMG 2029 [ ดันลักยิ้ม] เก็บรายละเอียด Mini Cooper" width="600" height="416" /></a><a href="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2033.jpg" rel="lightbox[1941]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1969" title="IMG_2033" src="http://www.tsmotor.co.th/wp-content/uploads/2011/12/IMG_2033.jpg" alt="IMG 2033 [ ดันลักยิ้ม] เก็บรายละเอียด Mini Cooper" width="600" height="416" /></a>งานเช้า รับเย็น จาก TS Motor</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tsmotor.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5-mini-cooper-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b5-%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

